หนุ่มผู้ทำหน้าที่เป็นบุรุษพยาบาลในโรงพยาบาล Highbury Hospital ในเมืองนอตติงแฮม กำลังจะถูกพักงานตลอดชีวิต (แปลง่ายๆ ว่าไล่ออก) เพราะไปก่อคดีลวนลามทางเพศหลายกระทงตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2016 รวมถึงการกดสัญญาณเตือนไฟไหม้ในโรงพยาบาล เพียงเพราะอย่างดู ‘เต้า’ ของเพื่อนร่วมงานผู้หญิง ‘เด้ง’ ตอนพวกเธอวิ่งหนีไฟ!?

เหตุการณ์ย้อนกลับไปในปี 2012 นาย Aaron Kibaja คุณพ่อลูก 4 ถูกลงโทษทางวินัย หลังจากที่ทำการกดสัญญานเตือนภัยในโรงพยาบาล

จากการสอบสวนพยานต่างๆ ก็ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่ทำไปนั้น เป็นเพราะเขาต้องการที่จะมอง ‘หน้าอก’ ของเพื่อนร่วมงานผู้หญิงเด้งไปมาขณะวิ่งหนีไฟเท่านั้น!!

 

 

เพราะมีคนพบเห็นว่าตอนที่เพื่อนร่วมงานผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังวิ่งหนีไฟไหม้ จู่ๆ นาย Aaron ก็ทำท่าล้อเลียนตอนที่เธอกำลังวิ่ง รวมไปถึงท่าทางของหน้าอกที่กำลังเด้งอยู่

นอกจากนี้เพื่อนร่วมงานผู้หญิงคนอื่นก็ให้การเพิ่มเติมอีกว่า Aaron นั้นมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศอย่างชัดเจนในบริเวณตรงระเบียงทางเดิน หรือห้องสำหรับเจ้าหน้าที่

 

 

ในปี 2015 เมื่อเพื่อนร่วมงานกลับมาจากที่ทำงาน หลังจากที่ต้องพักไปเพราะอาการเจ็บข้อมือ จู่ๆ Aaron ก็มาพูดกับเธอว่า “สามีของเธอจะต้องหงุดหงิดแน่ๆ เพราะเธอไม่สามารถช่วยสามีสำเร็จความใคร่ด้วยมือได้ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังใช้ปากได้ล่ะนะ”

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงคนอื่นๆ เล่ามาอีกว่า Aaron นั้นมักจะพูดกับพนักงานผู้หญิงว่า “ขอจับบั้นท้ายหน่อยได้ไหม?” หรือ “ให้ฉันทำให้จากด้านหลังได้นะ ฉันรู้ว่าเธอก็อยาก”

หากนั่นยังไม่แย่พอล่ะก็ ยังมีอีก!! มีพนักงานหญิงอีกคนหนึ่งเล่าว่า เขามักจะชอบมายืนอยู่ตรงประตูทางออก ซึ่งประตูนั้นพนักงานทุกคนจะต้องผ่านออกไปแบบเบียดๆ กับตัวของเขา

รวมไปถึงการเรียกพนักงานหญิงคนหนึ่งไปคุยด้วย แล้วก็บอกว่าคิดถึง พร้อมกับหายใจอย่างรุนแรงดูน่ากลัว

 

 

ทางด้านนนาย Aaron ก็ออกมาแก้ต่างว่า “ตั้งแต่ตอนนั้น เรื่องที่พวกเขาเล่าเกี่ยวกับผม ไม่เคยเหมือนกันเลยสักเรื่อง ผมเป็นพ่อที่มีลูกถึง 4 คน และผมก็รักภรรยาของผมมากๆ ด้วย เราแต่งงานกันในปี 2015”

“ตั้งแต่ตอนนั้นที่ผมถูกกล่าวหา จนตอนนี้พ่อผมเสียไปแล้ว ผมก็ยังยืนยันว่าผมได้พูดความจริงไปแล้ว ต่อให้เป็นอย่างไรผมก็จะยืนยันอย่างเดิม”

การพิจารณาคดีของเขาถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด จากช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2018 ซึ่งหากเขามีความผิดจริง เขาอาจถูกไล่ออกจากงาน

ที่มา : ladbible, dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...