ปัจจุบันมนุษยชาติได้วิวัฒนาการและพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มขีดควาสามารถของตนเองในทุกๆ ด้าน ด้วยเหตุผลที่เราต้องการดำรงอยู่ต่อหรือเอาชีวิตรอดจากอันตรายต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

#เหมียวปั๊ก ได้เจอบทความของ The Futurist ได้กล่าวถึงหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องของ ชีวิตของมนุษย์ชาติจะเป็นเช่นไรในอนาคต เหมียวจึงได้นำข้อมูลจากนิตยสารรวมไปถึงแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมมาประกอบกัน ซึ่งนี่เป็นเนื้อหามุมมองส่วนหนึ่งของบทความหลากหลายอันที่เหมียวได้รวบรวมมานะ

 

ลักษณะทางกายภาพ

ด้วยอาหารที่ถูกสุขลักษณะรวมไปถึงอาหารเสริมและการออกกำลังกายที่ถูกจุด จะทำให้มนุษย์นั้นสามารถที่จะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง ส่งผลให้มีร่างกายที่แข็งแรงและ “สูงกว่า”  คนในยุคก่อนๆ เป็นอย่างมาก

ในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีอาหารเสริมหรืออาหารที่ถูกสุขลักษณะ จึงมักจะทำให้มนุษย์นั้นได้รับสารอาหารที่ไม่พอต่อการเจริญเติบโต จากข้อมูลในปี 1880 ส่วนสูงเฉลี่ยของคนอเมริกันอยู่ที่ 170 เซนติเมตร แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 177 เซนติเมตร ข้อเท็จจริงนี้แสดงให้ว่ามนุษยชาตินั้นสามารถที่จะสูงขึ้นได้อีก

 

ไม่มีคนพิการ

ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์เราเราสามารถที่จะผลิตเครื่องมือที่มาช่วยให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตปกติได้เช่นขาเทียมที่เชื่อมต่อกับเส้นประสาทของสมอง หรือจะเป็นเครื่องช่วยฟังที่สามารถบันทึกเสียงที่ได้ยิน

โดยสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในปัจจุบันและหากเรายังคงค้นคว้าและพัฒนาโครงการหรืองานวิจัยด้านนี้ต่อไป เราสามารถจะสร้างเครื่องมือที่ทำให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากบุคคลธรรมดาทั่วไป หรือคนธรรมดาก็สามารถที่จะเสริมความสามารถของตนเองได้ด้วยการเพิ่มชิ้นส่วนเครื่องกลเข้าไปในร่างกายได้

 

ระบบการศึกษาที่เปลี่ยนไป

อ้างอิงจากระบบการศึกษาของประเทศชั้นนำอย่างฟินแลนด์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงถึงแนวโน้มการศึกษาในอนาคตที่มุ่งเน้นการสอนเกี่ยวกับทักษะการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากกว่าที่จะสอนเพื่อให้จำชุดข้อมูลจากตำราที่ถูกบันทึกไว้อยู่แล้ว

ด้วยระบบเก็บข้อมูล (เนื้อหาเรียน) ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ผ่านอินเตอร์เน็ตในอนาคต เราสามารถที่จะเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกเนื้อหาที่สนใจ และในอนาคตการปรับใช้ทฤษฎีที่เรียนรู้มาเข้ากับการปฎิบัติหน้างาน จะเริ่มมีความสำคัญกว่าการนำทฤษฎีเข้ามาใช้โดยที่ไม่มีความเข้าใจมากพอ ส่งผลให้ไม่สามารถทำงาน หรือบรรลุเป้าหมายงานได้

 

ความเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรมและกำแพงชนชาติ

ในยุคสมัยที่เราไม่สามารถจะเรียนรู้วัฒนธรรมเบื้องต้นของแต่ละชนชาติได้ นั่นก็คือ “ภาษา” ทำให้เรานอกจากจะไม่สามารถสื่อสารกันได้แล้ว เรายังไม่เข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างของกันและกันอีกด้วย

แต่ปัจจุบันมีเครื่องมือหลากหลายชนิดที่ช่วยให้เราสามารถแปลภาษาได้แบบทันที ทำให้เราสื่อสารกันได้ดียิ่งขึ้น ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันทั้งทางการค้า ศาสนา ความเชื่อ มุมมอง รวมไปถึงเรื่องของวัฒนธรรม อะไรควรทำและไม่ควรทำต่อกัน ซึ่งนี่จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้นและลดกำแพงชนชาติลง

 

ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

ในอดีตเรามักจะประสบอุบัติเหตุจากที่ต่างๆ หนึ่งในหลากหลายเหตุผลนั้นเกิดมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของมนุษย์และมาตรการที่หละหลวม จึงทำให้มนุษย์ตัดสินใจผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง

แต่ด้วยการมีบทบาทของการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์รวมไปถึงระบบ A.I. จะสามารถช่วยเหลือและคำนวนความเสี่ยงต่างๆ ในเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นมาเป็นตัวเลขให้เราสามารถที่จะวัดค่า และออกมาตรการมาเพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์ได้ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมไปถึงความผิดพลาดในโรงงานผลิตต่างๆ เป็นต้น

 

สมาร์ทโฟนจะหายไป

ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟน ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน สังเกตได้จากมือถือที่ออกรุ่นใหม่ติดๆ กัน และอุปกรณ์เสริมที่ตอบสนองต่อความต้องการที่ตรงจุดขึ้นเรื่อยๆ

ในอนาคตนั้นสมาร์ทโฟนจะถูกปรับให้มีคุณสมบัติที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยขนาดพกพาที่เล็กกว่าเดิมแต่ยังสามารถแสดงผลได้ดี ไม่ว่าจะเป็นโฮโลแกรม หรือฉายในสมองของเรา สุดท้ายการก้าวกระโดดของ สมาร์ทโฟนอาจจะทำให้ตัวมันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์แทนก็เป็นได้

 

กระดาษจะหายไป

ด้วยแนวโน้มการทำงานของทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการจะลดกระดาษในองค์กร เพราะมองว่านี่คือระบบมือที่สร้างข้อผิดพลาดทั้งด้านเวลาและงานต่อองค์กร

หากมนุษย์ชาติยังให้แนวโน้มการบันทึกข้อมูลลง E – Document สำคัญมากกว่ากระดาษ ไม่แน่ในอนาคตการใช้กระดาษในองค์กรต่างๆ จะหายไป และกระดาษจะมีไว้เพียงสำหรับพื้นที่ทางงานศิลป์ในอนาคตก็เป็นได้

 

ร้านค้าและธุรกรรมทางการเงิน

เรื่องใกล้ตัวไม่ไกลไปไหนเลย ในปัจจุบันอัตราการที่ผู้บริโภคซื้อของออนไลน์รวมไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือพุ่งสูงขึ้นจากแต่ก่อนเป็นอย่างมาก สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของผู้บริโภคในปัจจุบัน

ด้วยข้อเท็จจริงข้อนี้ ร้านค้าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนโฉม สามารถขายได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง ไม่จำเป็นต้องสร้างคลังสินค้าเก็บของไว้จำนวนมากๆ เพราะมีการใช้ IOT (Internet Of Things) เข้ามาเป็นหลักในการสั่งสินค้าเพื่อขาย และธุรกรรมการเงินจะแลกเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น

 

งานในอนาคตที่เปลี่ยนไป

ยุคสมัยก่อนที่มนุษย์นั้นเริ่มต้นเป็นสังคมอุตสาหกรรม “แรงงาน” ถือเป็นสิ่งหลักที่เราใช้ในการขาย ไม่ว่าเราจะใช้แรงสำหรับขนของ แรงสำหรับการพรวนดิน แรงสำหรับการทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่นายจ้างต้องการ

แต่ในปัจจุบันการแข่งขันของตลาดแรงงานเริ่มเปลี่ยนไป สิ่งที่จะทำให้ชนะในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ใช่มีเพียงแค่แรงงาน แต่เป็น “ไอเดีย” และ “ความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยี” เพื่อหาวิธีการที่รวดเร็วต่อการตอบสนองความต้องการและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทำให้งานในอนาคตมุ่งเน้นไปด้านความเข้าใจด้านเทคโนโลยีเพื่อนำมาปรับใช้ในงานแทน

 

 และนี่ก็เป็นเพียงข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งที่ #เหมียวปั๊ก ได้รวบรวมมา แล้วเพื่อนๆ คิดว่ามนุษยชาติเราจะเป็นยังไงในอนาคตบ้างครับ

ที่มา: wegointer , squarespace , youtube , mcuthailand , businessinsider

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

รวมเนื้อหาของเหล่าแมวเหมียวที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนแคทดั๊มบ์แล้ว ถึงตัวเค้าจะจากไป แต่ผลงานที่เค้าสร้างไว้จะอยู่ชั่วนิรันดร์