เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัว ได้รายงานถึงการตัดสินของศาลในเมืองกว่างโจว ในคดีที่คุณแม่สูงวัยฆ่าลูกชายพิการของตนเองที่เธอคอยดูแลมานานหลายสิบปี

เหตุสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นางหวง อายุ 83 ปีได้ทำการฆาตรกรรมลูกชายแท้ๆ ของเธอด้วยการป้อนยานอนหลับ 60 เม็ด ก่อนที่จะนำสำลีอุดจมูกแล้วใช้ผ้าพันคอรัดคอเขาจนเสียชีวิต

รุ่งขึ้นนางหวง ก็ได้โทรแจ้งตำรวจและรับสารภาพว่าเธอเป็นคนทำทั้งหมด

 

 

ในส่วนของการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมานางหวง ได้อธิบายถึงเหตุจูงใจในการฆ่าลูกชายของตัวเองไว้ว่า

“ฉันแก่และก็อ่อนแอลงทุกวัน ฉันกลัวว่าสักวันหนึ่งเมื่อฉันตายไปอาจจะไม่มีใครเข้ามาดูแลลูกชายของฉัน ฉันตัดสินใจเรื่องนี้เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์” 

แล้วเธอก็ยังได้บอกอีกว่า เธอไม่สามารถผลักภาระในการดูแลลูกชายให้กับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ได้ เนื่องจากว่าเธอคิดว่าไม่มีใครที่จะดูแลเขาได้ดีเท่ากับแม่แท้ๆ และเธอก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเกิดมาเป็นแบบนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจฆ่าลูกดีกว่าทิ้งไว้ให้คนอื่นดูแล

 

 

“การทำให้เขาจบชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดมันคงจะดีกว่าที่จะปล่อยให้เขาทุกข์ทรมานจากสิ่งที่เขาเป็น ฉันไม่เคยแม้แต่จะโกรธจะเกลียดที่ลูกชายของฉันที่เป็นแบบนี้ ฉันมันแย่เองที่ดูแลเขาได้ไม่ดีพอ”

ลูกชายของนางหวงพิการมาตั้งแต่กำเนิดเนื่องจากการคลอดก่อนกำหนด ทำให้เขามีภาวะบกพร่องทั้งด้านร่างกายและสมอง เขาไม่สามารถพูดคุยหรือใช้ชีวิตได้ตามลำพัง และช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาการก็เริ่มแย่ลงจากภาวะกล้ามเนื้อลีบ

และช่วงนั้นก็ทำให้ผู้เป็นแม่ต้องตัดสินใจลาออกจากงานเมื่อเธออายุ 47 ปีเพื่ออุทิศเวลาทั้งหมดในการดูแลเขา

 

 

และศาลก็ได้ให้คำตัดสินคดีฆาตกรรมนี้ หลังจาากที่ได้พิสูจน์ว่าสาเหตุนางหวง ฆ่าลูกชายนั้นไม่ได้มาจากความเกลียดชังใดๆ ทั้งสิ้น เธอเพียงแค่อยากจะให้ลูกชายของเธอไปสบายไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป

แต่อย่างไรก็ตามนางหวง ก็ยังต้องได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี และเธอก็ยอมรับคำตัดสินนี้ไว้ด้วยความเต็มใจ

ที่มา shanghaiist

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...