อาหารประจำชาติญี่ปุ่นคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันต้องเป็น ‘ซูชิ’ ที่มีเอกลักษณ์แบบหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้ อีกทั้งยังโด่งดังไปทั่วโลก ทั้งฝรั่งและคนเอเชียต่างก็ชื่นชอบซูชิกันทั้งนั้น มีหลากหลายหน้าให้เลือก ยิ่งทำโดยฝีมือของชาวญี่ปุ่นด้วยแล้ว ยิ่งมั่นใจได้ว่าสะอาด อร่อยและดีต่อสุขภาพแน่นอน!!

 

sushi-info (5)

 

แต่อย่ามัวชะล่าใจกับซูชิจานหรูล่ะ ถึงแม้ว่าวัตถุดิบอันสดใหม่ทำให้หน้าตาของซูชิดูดี น่าทาน ก็อย่าให้มันมาหลอกคุณได้ เพราะภายในนั้นมันซ่อนปริมาณแคลอรี่อันมากมายมหาศาลเลยล่ะ ทาง Cleveland Clinic จึงได้จัดทำอินโฟกราฟฟิคฉบับย่อเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับซูชิกันซักนิด

 

sushi-info (1)

 

ต้องยอมรับเลยว่าทั่วโลกตอนนี้ ได้รับอิทธิพลของซูชิญี่ปุ่นไปแล้ว แต่ทว่าหากใครที่รักสุขภาพแล้วดันชอบทานซูชิด้วย งานนี้ต้องศึกษากันหน่อย ถ้าหากไม่อยากรับปริมาณแคลอรี่ในจำนวนที่มากเกินไปจากซูชิ

 

sushi-info (2)

 

ซูชิ – อาหารญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วยข้าวปั้นและวัตถุดิบที่โปะเป็นหน้า

โนริ – สาหร่ายญี่ปุ่น ส่วนประกอบไว้ใช้ห่อข้าวปั้น

เท็มปุระ – อาหารญี่ปุ่นชนิดชุบแป้งทอด

ซาชิมิ – ปลาดิบ

มิโซะ – ผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่น ส่วนมากจะทำมาจากถั่วเหลือง

Roe หรือ (Tamago) – ไข่ปลา (ส่วนมากจะเป็นปลาแซลมอน)

 

ประเภทของซูชิ

Nigiri – ซูชิประเภทหน้าปลาดิบหรืออื่นๆ ที่จะโปะวัตถุดิบไว้ด้านบนข้าวปั้น ซูชิชนิดนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด

Maki (Makimono) – ซูชิโรล ลักษณะจะเป็นซูชิมีไส้วัตถุดิบอยู่ตรงกลาง ห่อข้าวเป็นชั้นที่สองและปิดท้ายด้วยการห่อสาหร่าย

Gunkanmaki – ซูชิลักษณะคล้ายกับ Maki มีขนาดใหญ่กว่า แต่เปลี่ยนวัตถุดิบหลักเป็นไข่ปลาโปะด้านบนแทน

 

เครื่องเคียงของซูชิ

sushi-info (3)

 

เครื่องเคียงที่นิยมเสิร์ฟพร้อมกับซูชิก็จะมี ขิงดอง หัวไชเท้าหั่น (คู่กับแครอทและแตงกวา) ซอสถั่วเหลือง และที่ขาดไม่ได้ ‘วาซาบิ’

เพื่อปริมาณแคลอรี่ที่พอเหมาะควรจะเริ่มด้วย

– ซุปมิโซะหนึ่งถ้วย มีปริมาณ 75 แคลอรี่

– สลัดสาหร่ายทะเล ในปริมาณครึ่งถ้วยต่อ 20 แคลอรี่ (มีวิตามินเอและแคลเซียมด้วย)

– ถั่วแระญี่ปุ่น ปริมาณ 1 ส่วน 4 ต่อถ้วย มีปริมาณ 64 แคลอรี่ ไม่มีคอเลสเตอรอล อีกทั้งยังอุดมไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์และโอเมก้า 3

– ซูชิแบบ Nigiri หรือปลาดิบจะเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ

– หลีกเลี่ยงอาหารประเภทเทมปุระชุบแป้งทอด

– ไม่ทานมายองเนสหรือซอสประเภทครีมชีส

– ซูชิ 1 ชุดจะประกอบไปด้วยข้าว 1 ถ้วย (ปริมาณ 200 แคลอรี่)

 

การรับมือกับซูชิแต่ละประเภท

sushi-info (4)

 

Nigiri – เปลี่ยนจากข้าวขาวธรรมดาเป็นข้าวกล้องแทน เพื่อเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ ซีลีเนียมและแมกนีเซียม รับประทานขิงดองควบคู่ไปด้วยช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร เลือกหน้าปลาเป็นแซลมอนและทูน่า ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 อีกทั้งยังให้โปรตีนและวิตามินดีด้วย

Maki (Makimono) – ทานคู่กับวาซาบิที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไส้ข้างในเน้นเป็นผักเพื่อสุขภาพอย่างแตงกวา อาโวคาโด และผักจากทะเล เพื่อเพิ่มเติมวิตามินเค แมกนีเซียมและโฟเลต

Gunkanmaki – ทานคู่กับซอสถั่วเหลืองน้อยๆ หรือเลือกซอสที่มีปริมาณโซเดียมน้อยหน่อย ใช้เนื้อปลาจิ้มแทนที่จะให้สัมผัสเนื้อข้าว จะได้ไม่อมซอสมาก หรือไม่ก็ลดปริมาณข้าวให้เหลือครึ่งหนึ่ง ไม่ก็เปลี่ยนจากข้าวเป็นแตงกวาแทน อร่อยเหมือนกัน แถมยังดีต่อสุขภาพด้วย

 

sushi-info (1)

 

ในส่วนท้ายคือการรับประทานปลาดิบนั้นปลอดภัยหรือใหม่ อย่างแรกเลยก็คือปลาดิบที่นำมาทำเป็นซูชินั้นจะถูกแช่แข็งมาอย่างดี ปลอดภัยต่อการรับประทาน การแช่แข็งช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ แต่กระนั้นสำหรับผู้หญิงที่ตั้งท้องก็ไม่ควรรับประทานปลาดิบเด็ดขาด อาจจะเสี่ยงต่อเด็กในครรภ์ได้

ที่มา : clevelandclinic, mentalfloss, rocketnews24

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...