“คำโกหก” เป็นสิ่งที่เราทุกคนมีโอกาสจะได้ยินอยู่ทุกวัน จากงานวิจัยที่ถูกเผยแพร่ในหลายประเทศนั้นกล่าวว่า ในหนึ่งวันเราจะได้ยินคำพูดโกหกจากคนอื่นราวๆ 10-200 ครั้งเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ในการทำแบบสำรวจกับผู้ใหญ่จำนวน 2,000 คนแล้วพบว่า 4 คำโกหกที่คนเราใช้พูดกับคนรักมากที่สุดก็คือ “ฉันกำลังฟังอยู่”, “ฉันไม่ได้อารมณ์ไม่ดี”, “ฉันดื่มไปแค่แก้วเดียวเอง” และ “ฉันไม่เห็นข้อความที่คุณส่งมา”

 

เรียกว่าชีวิตเราอาจต้องเจอกับคำโกหกเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอดแหละนะ

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว เราจะรู้ได้ไงว่าคนไหนพูดความจริง หรือว่าคนไหนกำลังโกหกเราอยู่? วันนี้ #เหมียวตะปู จึงนำสาระน่ารู้ที่จะทำให้เพื่อนๆ สามารถดูได้ว่าใครอาจกำลังโกหกเราอยู่กันแน่

Robert Phipps ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากาย ได้จับมือกับ Grosvenor Casinos คาสิโนในสหราชอาณาจักร ช่วยกันวิเคราะห์ดูว่าจะมีข้อสังเกตไหนบ้างที่ทำให้เรารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกหกอยู่

และนี่คือ 5 ข้อสังเกตง่ายๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์ของพวกเขา จะมีอะไรบ้างเราลองไปชมกันเลย

 

1. การแสดงออกทางใบหน้าในชั่วอึดใจ

มันคือการแสดงออกเล็กๆ ในช่วงเวลาที่สั้นเอามากๆ ประมาณแค่ 1 ใน 4 วินาทีเลยก็ว่าได้ หากแต่มันคือความรู้สึกที่แท้จริงของคนคนนั้นที่พวกเขาเองก็ไม่อาจควบคุมได้

หากเราสังเกตเห็น เราก็จะรู้ได้ว่าความรู้สึกที่เขาพูดออกมากับความรู้สึกจริงๆ ของเขานั้นมันไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า

 

2. การเคลื่อนไหวของตา

หากดวงตาของผู้พูดเหลือบขึ้นไปทางด้านบนซ้ายเล็กน้อย นั่นอาจหมายความว่าเขากำลัง “นึกย้อนถึงภาพความทรงจำในอดีต” แต่หากดวงตาของเขาไม่เป็นอย่างนั้น คำพูดที่ออกมาอาจไม่ใช่ความจริงก็ได้

 

3. การเคลื่อนไหวของมือ

เวลาที่คนกำลังพูดโกหก มือของพวกเขาอาจมีการขยับไปมามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ว่าการขยับมือนั้นอาจไม่สอดคล้องกับคำพูดของเขาเลย ซึ่งมันเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในขณะที่พวกเขากำลังใช้สมองคิดแต่งเรื่องบางอย่างขึ้นมา

 

4. ความถี่ของการกะพริบตา

คนโกหกอาจกะพริบตาถี่ขึ้นหรือน้อยลงก็ได้ ถ้าหากเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการโกหก พวกเขาจะพยายามมองคุณตรงๆ ไม่ค่อยกะพริบตา

แต่ถ้าใครยังเป็นมือใหม่หรือโกหกแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ พวกเขามักจะกะพริบตาถี่กว่าเดิม

 

5. การขยับของขาและเท้า

การขยับขาและเท้าจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อกำลังโกหก ส่วนหนึ่งเพื่อที่พวกเขาจะได้ปลดปล่อยความตึงเครียดในการทำอย่างนั้น

ยกตัวอย่างเช่น การนั่งไขว่ห้างแล้วเดี๋ยวก็กลับมานั่งปกติสลับไปมา ยกส้นเท้าขึ้นบ่อยๆ เอาเท้าข้างหนึ่งไปเกี่ยวข้อเท้าอีกข้างหนึ่ง เป็นต้น

 

ที่มา: mirror , robertphipps

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...