ย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีก่อน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 1964 ได้มีเหตุการณ์หญิงสาววัย 36 ปีนามว่า Mary Arcuri ผู้อาศัยในเมืองพิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ท่ามกลางความสับสนและงุนงงของคนในครอบครัว

 

Mary Arcuri

 

สามีของเธอ Albert Alcuri ได้บอกกับทางตำรวจในเวลานั้นว่า Mary น่าจะตัดสินใจทิ้งเขาและลูกๆ ไปด้วยสีหน้าที่ดูโศกเศร้าและเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อทางตำรวจพบว่าข่าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของ Mary เองก็หายไปเช่นกัน พวกเขาจึงเชื่อว่าหญิงสาวผู้นี้น่าจะหายตัวไปจากบ้านเองด้วยความสมัครใจ

หลังจากวันนั้นราวๆ หนึ่งปี Albert ผู้เป็นสามีของ Mary ก็เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ดังนั้นครอบครัวที่เหลืออยู่จึงตัดสินใจย้ายออกจากบ้านที่มีความหลังอันเลวร้ายหลังนี้ไป

 

 

แต่แล้ว ในระหว่างที่คนงานก่อสร้างเข้ามาทำการปรับปรุงบ้านหลังนี้เมื่อช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา พวกเขากลับพบว่าที่หลังบ้านของครอบครัว Alcuri นั้นมีโครงกระดูกปริศนาถูกฝังเอาไว้อยู่ร่างหนึ่ง

เรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความสงสัยให้กับทางครอบครัวมากๆ ดังนั้นพวกลูกหลานในตระกูลจึงได้ขอให้มีการนำกระดูกดังกล่าวไปตรวจ DNA และเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 ที่ผ่านมานี้เองโลกก็ได้ทราบความจริงที่ว่า Mary Arcuri นั้นจริงๆ แล้วไม่ได้หายตัวไป แต่เสียชีวิตอยู่ที่หลังบ้านในปี 1964 ต่างหาก

 

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นสร้างความแปลกใจให้กับครอบครัว Arcuri ที่เหลืออยู่มาก และนำมาซึ่งแนวคิดมากมายเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าทำไม Mary ถึงเสียชีวิต และใครกันที่เป็นคนฝังเธอ

ทฤษฎีที่น่าสนใจและมีความเป็นไปได้มากที่สุดในปัจจุบันคือทฤษฎีของคุณ Therese Rocco อดีตผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยติดตามคนหายของตำรวจ ที่บังเอิญเป็นเพื่อนบ้านของครอบครัว Arcuri พอดี

 

Therese Rocco

 

เธอบอกว่าในอดีต Albert กับ Mary เคยทะเลาะกันเนื่องจาก Albert สงสัยว่าภรรยาของเขานั้นนอกใจ และ Therese เองก็เคยสงสัยว่านี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอ “หนีไป” ในปี 1964 ด้วย

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าแท้จริงแล้ว Albert นั้นสังหาร Mary และฝังเธอไว้ด้วยตัวของเขาเอง ก่อนที่จะบอกคนอื่นว่าผู้เป็นภรรยานั้นหนีไป

 

หนึ่งในภาพที่เหลืออยู่ของ Albert และ Mary

 

Therese บอกว่า “ฉันรู้ว่าพวกเขามีปัญหากันแต่ก็คิดว่าอย่าไปยุ่งเลย แต่ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเธอ (Mary) ถึงไม่ติดต่อมาหาลูกๆ เลย”

แนวคิดของคุณ Therese นั้นดูสมเหตุสมผล และเป็นที่ยอมรับในหมู่ลูกหลานของครอบครัว Arcuri มากอย่างไรก็ตาม เนื่องจากเวลาผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษแล้วทำให้การหาหลักฐานมายืนยันทฤษฎีของเธอเป็นเรื่องยาก ดังนั้นสำหรับทางตำรวจแล้วคดีนี้จึงยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นคดีของสามีที่สังหารภรรยาตัวเองจริงๆ

 

ที่มา allthatsinterestingpittsburgh, dailymail และ post-gazette

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...