เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา วารสารการแพทย์และยา Canadian Medical Association Journal ได้ทำการนำเสนอรายงานของชายชราวัย 84 ปีไม่ระบุนามคนหนึ่ง ซึ่งถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินหลังจากดื่มชาชะเอมเทศในปริมาณที่มากเกินไป

 

 

โดยในห้องฉุกเฉิน ทีมแพทย์ได้ทำการพบว่าชายชราคนนี้มีค่าสูงสุดของแรงดันโลหิตพุ่งขึ้นไปสูงถึง 200 มิลลิปรอท (ความดันโลหิตปกติคือ 120/80 มิลลิปรอท) ซึ่งนับว่าสูงอย่างน่ากลัวมากและจัดเป็นภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤตที่ต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ในทันที

นับว่าโชคดีมากที่ชายคนนี้ถูกส่งตัวไปถึงแพทย์ได้ทันท่วงที ดังนั้นทีมแพทย์จึงสามารถช่วยเหลือเขาได้โดยการให้ยาต่างๆ ค่าความดันโลหิตของเขาค่อยๆ ลดลง ภายในเวลา 24 ชั่วโมงต่อมา

 

 

หลังจากที่อาการดีขึ้น คนไข้ก็ได้เล่าให้หมอฟังว่าเขานั้น ชอบดื่มชาชะเอมเทศเป็นอย่างมาก โดยก่อนที่จะมีอาการนั้น เขาดื่มชาชนิดนี้สองครั้งต่อวัน มาเป็นเวลาติดต่อกันราว 2 สัปดาห์แล้ว และก็เป็นในเวลานี้เองที่ทีมแพทย์ทราบที่มาของอาการความดันโลหิตสูงของเขา

จริงอยู่ว่าชะเอมเทศสามารถใช้งานในฐานะของยาได้ อย่างไรก็ตามหากสมุนไพรชนิดนี้ถูกบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป (ดังเช่นในกรณีนี้) ของที่ควรจะเป็นยาก็อาจจะย้อนกลับมาทำลายสุขภาพได้เช่นกัน

 

 

นั่นเพราะในชะเอมเทศนั้นมีสารสำคัญที่ชื่อว่า Glycyrrhizin ซึ่งแม้จะให้รสหวาน แต่ก็สามารถทำให้ปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายตกลง และทำมาซึ่งอาการข้างเคียงอย่าง ความดันโลหิตสูง หรือจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติได้

ด้วยเหตุนี้เองทางองค์กรอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาจึงเคยมีการออกมาเตือนไม่ให้ผู้คนทานชะเอมเทศในปริมาณมากๆ มาแล้วในอดีต

 

 

ซึ่งสำหรับในกรณีนี้เอง ผู้ป่วยก็บอกว่าตนนั้นทราบถึงคุณสมบัติในการเพิ่มความดันโลหิตของชะเอมเทศอยู่ เพียงแต่เขาไม่ทราบว่าตัวเองบริโภคชะเอมเทศในปริมาณที่มากเกินไป

 

ที่มา livescience, gizmodo และ dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...