เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีข่าวนักร้องหญิงชื่อดังคนหนึ่ง ถูกคนขับรถแท็กซี่พาเข้าโรงแรมม่านรูดในย่านลาดพร้าว เพื่อหวังจะกระทำอนาจาร แต่โชคดีที่ผู้เสียหายหลบหนีออกมาแจ้งตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือได้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2018 เมื่อ น.ส.อินทุอร ดีบุกคำ หรือน้องแอล นักร้องสาวจากวงคิง ก่อนบ่ายก๊อปปี้วาไรตี้โชว์ ที่ร้องเพลงประจำเดือนไม่มา ได้เข้าแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน ให้ตามหาคนร้ายที่พาตนเข้าโรงแรมเพื่อกระทำอนาจาร

 

 

ทางผู้เสียหายได้รายงานว่าได้ขึ้นแท็กซี่สีแดงหมายเลขทะเบียน ทห 6270 กทม. โดยนั่งที่เบาะหลังก่อนที่จะเผลอหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่ที่โรงแรมและเห็นคนขับแท็กซี่วัยประมาณ 30 เปลือยกายอยู่และกำลังไซ้ซอกคอของตน จึงได้ร้องโวยวายและโทรศัพท์เรียกให้พี่ชายมารับ

นอกจากนั้นยังพบอีกว่าเงินในกระเป๋าของตนนั้นหายไปจำนวนหนึ่ง เนื่องจากคนขับรถแท็กซี่ดังกล่าวได้ใช้เงินของผู้เสียหายในการเปิดห้องในโรงแรมม่านรูดที่เกิดเหตุ

 

 

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรถแท็กซี่คันดังกล่าว ซึ่งในคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ก็แสดงให้เห็นใบหน้าของคนขับรถอย่างชัดเจนและเห็นผู้เสียหายที่หลับอยู่ที่เบาะด้านหลังคนขับ

ทำให้ทางตำรวจสามารถตามหาผู้กระทำความผิดและจับกุมได้สำเร็จ โดยทางคนขับแท็กซี่ได้อ้างว่าตนเองไม่ได้ข่มขืน แต่เห็นว่าผู้เสียหายหลับอยู่และไม่ทราบที่อยู่แน่ชัด ก็เลยพาไปพักที่โรงแรม

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีความเห็นวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตมากมายที่มาต่อว่าฝ่ายผู้เสียหายว่าเป็นความผิดของเธอตั้งแต่แรกในเรื่องของการแต่งตัวที่ไม่มิดชิดและเมาสุราจนดูแลตัวเองไม่ได้

ความเห็นบางส่วนที่กล่าวถึงพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้เสียหาย

.

.

 

บ้างก็กล่าวว่าการแต่งกายของเธอนั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

.

.

.

 

นอกจากนั้นก็ยังมีความเห็นต่างๆ มากมายจากชาวเน็ตที่กล่าวถึงการกระทำของคนขับแท็กซี่จากโครงการแท็กซี่ Ok ที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวที่ควรสร้างความปลอดภัยและความสบายใจให้กับผู้โดยสาร แต่กลับทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยได้ และยังกล่าวอีกว่าดีแล้วที่เข้ามาแจ้งความกับตำรวจ

 

 

ความเห็นที่ตอบกลับชาวเน็ตที่กล่าวว่าผู้เสียหายนั้นผิดตั้งแต่แรก

.

 

คนขับรถแท็กซี่เป็นผู้กระทำความผิด แต่กลับเป็นผู้เสียหายที่ถูกสังคมต่อว่า

 

ความเห็นหนึ่งได้กล่าวอย่างรุนแรงว่าผู้เสียหายนั้นสมควรจะโดนฆ่าข่มขืน เพราะเมาจนไม่ได้สติ

 

ทำให้มีชาวเน็ตมากมายได้เข้ามาโต้เถียงในความเห็นของเธอ ในการใช้คำที่รุนแรงแบบนั้น

.

 

แต่อย่างไรก็ตามคนขับแท็กซี่ก็ถูกจับมาดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้หญิงสาวที่ชอบกลับบ้านคนเดียวนั้นระวังตัวมากขึ้น

แต่ที่สำคัญคือเหตุการณ์ได้สะท้อนถึง “ความอันตราย” และ “ค่านิยม” บางอย่างในสังคมต่อเรื่องของการแต่งตัวและการถูกข่มขืน ซึ่งหลายครั้งที่เราได้เห็นว่าแม้เหยื่อจะแต่งตัวไม่โป๊ แต่ก็ยังโดนข่มขืนได้อยู่ดี

และการข่มขืน มันเกิดขึ้นเพราะฝ่ายหญิงแต่งตัวโป๊เท่านั้นจริงหรือ!??

ที่มา Twitter, Youtube, Khaosod

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...