คำว่า เศรษฐี เราคงเข้าใจกันดีว่านั่นหมายถึงคนที่มีทรัพย์สมบัติมหาศาล มากกว่าคนปกติทั่วๆ ไป พวกเราส่วนใหญ่อาจเห็นคนในกลุ่มนี้ออกมาตามโทรทัศน์บ้างเป็นบางส่วน ดูๆ แล้วบ้านเราคงไม่ได้มีเศรษฐีกันเยอะเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเมื่อเทียบกับ ฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของจีนด้วยแล้วล่ะก็

เพราะล่าสุดนี้ Citibank แผนกธุรกิจเชื่อดังของสหรัฐอเมริกา พวกเขาได้ทำการศึกษาที่เผยให้เห็นว่า 1 ใน 7 ของคนที่อาศัยอยู่ในฮ่องกงนั้นเป็นมหาเศรษฐี หรือเกือบๆ 15 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร

 

ฮ่องกง เขตปกครองพิเศษของจีน

 

ลองคิดดูว่าในปี 2017 ฮ่องกงมีจำนวนประชากรอยู่ที่ประมาณ 7,360,000 คน นั่นเท่ากับว่ามีคนที่เป็นเศรษฐีอยู่มากถึง 1,030,400 คน เรียกว่าเป็นจำนวนที่เยอะมากจริงๆ แถมการศึกษาครั้งนี้ยังบอกอีกว่าประมาณ 68,000 คนที่เป็นเศรษฐีอยู่ในฮ่องกงนั้น จะมีเงินอย่างน้อย 39 ล้านบาท

การศึกษาในครั้งนี้เชื่อว่าเหตุผลที่ทำให้คนฮ่องกงเป็นเศรษฐีกันเยอะ เกิดจากราคาหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ในปี 2017 ดัชนีฮังเส็งเพิ่มสูงขึ้นถึง 36 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เองก็มีราคาเพิ่มขึ้น สูงถึง 14 เปอร์เซ็นต์

 

 

นั่นจึงทำให้เฉลี่ยแล้วเศรษฐีในฮ่องกงมีเงินหมุนเวียนอยู่กับอสังหาริมทรัพย์มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ จากทรัพย์สินของพวกเขาทั้งหมด และจะมีที่ดินหรืออาคารก่อสร้างเป็นของตัวเองประมาณ 3.2 แห่ง มีที่อยู่นอกประเทศอีกประมาณ 1.3 แห่ง ใกล้เคียงกับเศรษฐีในจีนที่มีตัวเลขอยู่ที่ 3.7 และ 0.7 ตามลำดับ

แต่สิ่งที่น่าตกใจอีกเรื่องหนึ่งคือการมีเงินหลายล้านบาทนั้นกลับไม่สามารถซื้ออะไรได้มากเท่าไหร่ในฮ่องกง เพราะหลายๆ สิ่งมีราคาสูงมาก อย่างเช่นเมื่อต้นปี 2018 ได้มีการขายพื้นที่ประมาณ 4.8 ตารางวาในเมือง Pok Fu Lam ด้วยราคาสูงกว่า 31 ล้านบาทเลยทีเดียว คิดเป็น 3 เท่าของราคาต่อตารางวาในเมืองนิวยอร์กเลย

 

เมือง Pok Fu Lam

 

ด้วยเหตุนั้นเอง จึงทำให้การเป็นเศรษฐีในบ้านเขาคงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไรมากมาย แต่ยังไงก็ถือว่าเยอะมากจริงๆ ไม่แน่ว่าในอนาคตฮ่องกงอาจได้แยกออกมาเป็นประเทศที่มั่งคั่งติดอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ได้

 

ที่มา: lolwot

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...