หากเราว่าที่ดินที่ประเทศไทยแพงแล้ว ถ้าหากเราไปเจอราคา ‘ที่ดิน’ ที่แพงติดอันดับต้นๆ อย่างในฮ่องกงแล้วล่ะก็ บางทีอาจจะช็อกตาตั้งไปเลยก็ได้ เพราะเคยมีข่าวว่าที่นี่ห้องขนาดเพียงรูหนูก็ยังต้องใช้เงินนับล้าน!!

แต่ว่าเมื่อเร็วๆ มานี้ มีอพาร์ตเมนต์อยู่แห่งหนึ่งที่กลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วทั้งโลก เพราะห้องที่ว่านี้มันมีขนาดเล็กกว่าที่จอดรถซะอีก!!

ลองดูชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาได้ที่ >> ชีวิตอีกมุมของชาวฮ่องกง กับอพาร์ตเมนต์รูหนูแต่ค่าเช่าแสนแพง เพราะประชากรล้นเมือง

 

 

 

โดยเจ้าห้องที่นี่มีชื่อว่า T-Plus หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกง่ายๆ ว่า ‘แฟลตกล่องรองเท้า’ ซึ่งขนาดของมันก็เล็กจ้อยร่อยเพียงแค่ 128 ตารางฟุต (ราวๆ 11 ตารางเมตร)

ซึ่งเล็กกว่าขนาดที่จอดรถเฉลี่ยในฮ่องกงที่มีขนาดอยู่ราวๆ 130 ตารางฟุต (ราวๆ 12 ตารางเมตร) เสียอีก!!

แต่ถึงว่ามันจะมีขนาดที่กะทัดรัดเพียงแค่นี้ ทว่ามันก็มาพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้มากมายราวกับเป็นคอนโดย่อมๆ เลย เพราะในพื้นที่นี้มีทั้งห้องครัว ห้องน้ำ ห้องเก็บของ ตู้เย็น เตียงนอนและโต๊ะอาหาร

แล้วก็ไม่แน่เหมือนกันว่าห้องนี้อาจเป็นที่ถูกใจสำหรับคนขี้เกียจเดินเสียจริงๆ เพราะเชื่อหรือไม่ว่าแค่ก้าวขาแค่ 5 ก้าว ก็สามารถเดินจนสุดห้องได้แล้ว…

 

 

แรงบันดาลใจจากห้องนี้มีที่มาจากหอพักที่เหล่านักเรียนมักจะใช้กัน ซึ่งมักจะมีขนาดที่เล็กแต่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ และนับได้ว่าเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุดนั่นเอง

สำหรับห้อง T-Plus นี้ ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 73 ห้องด้วยกันและทางผู้พัฒนาอสังหาฯ ก็หวังว่าจะขายห้องได้หมดตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

แต่ก็เป็นที่น่าเศร้าเพราะดูเหมือนว่าห้องเล็กๆ เช่นนี้จะไม่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก หากดูจากยอดขายที่มีเพียง 2 ห้องเท่านั้นที่ขายได้ จนทำให้หลายคนเรียกอพาร์ตเมนต์นี้ว่าเป็นอสังหาฯ ที่เลวร้ายที่สุดเลยทีเดียว

 

แอบส่องบรรยากาศ

สำหรับค่าตัวของห้องนี้ก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เพราะมันถูกตั้งราคาเอาไว้สูงถึง 2.85 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 11 ล้านบาท) แต่เดี๋ยวก่อนถ้าหากคุณคิดว่าราคานี้แพงแล้ว ต้องขอบอกว่าคิดผิด

เพราะว่าอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ราคาถูกกว่าราคาเฉลี่ยห้องขนาดเล็กของที่อื่นๆ ซะอีก อย่างในปีที่แล้วห้องขนาดจิ๋วเพียงแค่ 209 ตารางฟุตในย่านป๊อด ฟู แลม มีราคาขายไม่ต่ำกว่า 7.90 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราวๆ 31.9 ล้านบาท) เลยทีเดียว

เห็นอย่างนี้แล้วก็ได้แต่หันมามองตากันปริบๆ แต่ถ้าใครมีเงินเหลือแล้วอยากจะย้ายไปอยู่ฮ่องกง นี่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการตัดสินใจล่ะนะ!!

 

ที่มา: odditycentral

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...