ถ้าพูดถึง ‘คนไร้บ้าน’ คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คนส่วนมากจะคิดว่า พวกเขาต้องมีปัญหาชีวิตหรืออับจนหนทางจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มาอาศัยอยู่ตามท้องถนนให้ลำบาก

แต่ว่ามีชายไร้บ้านคนหนึ่งที่ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะเป็นตัวเขาเองที่ยอมสละทุกอย่างที่มีทั้งหน้าที่การงาน ทรัพย์สินเงินทองเพื่อจะมาเป็นคนไร้บ้าน!!

 

นาย Simon Lee กับการเลือกเป็นคนไร้บ้านของเขา

 

Simon Lee ชายวัย 52 ปีคือชายที่อาศัยหลับนอนอยู่ตามท้องถนนในฮ่องกงมาแล้ว 7 ปีด้วยกัน แต่ว่าเขาไม่เหมือนกับคนอื่นๆ เขาไม่มีปัญหาชีวิต ไม่มีปัญหาเรื่องหางานทำ แต่ก็เลือกที่จะมาเป็นโฮมเลสด้วยตัวเอง

ในอดีตของเขา Simon จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสาขาเคมี จากนั้นในปี 1997 ก็เริ่มทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ

แต่ว่ามีอยู่วันหนึ่งเขาก็รู้ว่าตัวเขาเองไม่ชอบความเครียดกับการนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานสวมสูทอีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจลาออกในที่สุด

 

 

หลังจากการลาออกในงานแรกของชีวิตเขาก็อพยพไปอยู่มาเก๊า โดยที่นี่ Simon หาเลี้ยงชีพตัวเองด้วยการเป็นติวเตอร์รับสอนหนังสือให้กับเด็กๆ จนกระทั่งถึงปี 2004 เขาก็โยกย้ายตัวเองอีกครั้ง

ในครั้งนี้เขาย้ายไปยังเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้งแล้วใช้เงินออมที่ได้รับจากงานสอนหนังสือประทังชีวิต (ประมาณว่าว่างงานนั่นเอง) ก่อนที่จะย้ายกลับไปอยู่ที่มาเก๊าในอีกสองปีต่อมา

ในมาเก๊าขณะนั้นธุรกิจคาสิโนกำลังเป็นยุครุ่งเรือง เศรษฐีหลายคนที่ชนะพนันก็มักจะมีเงินเล็กๆ น้อยๆ มอบให้เป็นทิปกับคนที่ดวงดีน้อยกว่าพวกเขา และ Simon ก็คือหนึ่งในคนเหล่านั้น เขาใช้เงินทิปนี้ในการใช้ชีวิตที่นั่นในเวลานั้น

และที่นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นชายไร้บ้านของเขา…

 

 

แต่อย่างไรก็ตามที่การใช้ชีวิตเป็นโฮมเลสที่มาเก๊าจบลงในปี 2010 เพียงเท่านั้น เพราะเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเขากลับไปยังฮ่องกงบ้านเกิดของเขา ทว่าเขาก็เลือกที่จะเป็นคนไร้บ้านต่อไป

ชีวิตคนไร้บ้านของเขาที่นั่นก็เป็นไปตามสไตล์คนไร้บ้านทั่วๆ ไปนั่นคือหลับนอนตามถนน ยามหิวก็ขออาหารเหลือๆ จากร้านแมคโดนัลด์หรือจากวัดบ้างเป็นบางครั้ง

แต่เขาก็บอกแม้นี่จะไม่ใช่สไตล์ของคนส่วนใหญ่ในเมือง แต่เขาก็ไม่ได้แคร์แต่อย่างใด รวมทั้งไม่มีความคิดที่จะกลับไปทำงานดีๆ เหมือนเมื่อก่อน

 

 

“สำหรับผมมันเป็นอะไรที่ปลดปล่อยมากๆ เลย ผมไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ผมไม่ต้องซื้อบ้าน ผมสามารถนอนที่ไหนก็ได้ การมาเป็นคนไร้บ้านช่วยแก้ไขปัญหาของผมได้จริงๆ” 

“ผมคิดว่าผมเป็นคนที่ใช้ทรัพยากรในสังคมน้อยมากๆ เลยนะ ผมต้องการการดูแลรักษาเพียงน้อยนิด ผมไม่ต้องใช้เงินดังนั้นผมจึงไม่มีเงิน ผมไม่ต้องไล่ล่าหาชื่อเสียงหรือสิ่งครอบครองใดๆ” Simon กล่าว

สำหรับเสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่ Simon สวมใส่ก็ได้มาจากการบริจาคของนักสังคมสงเคราะห์หรือไม่ก็หาหยิบๆ เอาตามที่เหลือทิ้งตามถนน ยามนอนก็นอนตามสวนสาธารณะหรือข้างถนนที่รถวิ่งขวักไขว่

แต่สำหรับเขาแล้วกลับไม่คิดถึงเตียงนุ่มๆ อุ่นๆ เลยแม้แต่น้อย…

“ที่ฮ่องกงมีคนรวยเยอะมากๆ แล้วพวกเขาก็ทิ้งสิ่งของที่สามารถใช้ประโยชน์ได้มากตามไปด้วย ผมมักจะใช้สิ่งของที่ใครบางคนทิ้งแล้ว” Simon กล่าวเพิ่ม

 

 

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้อยู่เฉยๆ ไปวันๆ เพราะงานอดิเรกของเขาคือการเป็น ‘บล็อกเกอร์’ โดยในทุกๆ วันเขาจะเข้าไปใช้บริการห้องสมุดกลางในย่าน Causeway Bay เพื่อใช้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี

Simon มักจะแบ่งปันเรื่องราวชีวิตการเป็นคนไร้บ้านของเขาให้กับชาวเน็ตได้อ่านทั้งในแง่ที่ดีและไม่ดี ซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่โด่งดังเท่ากับบล็อกเกอร์คนอื่นๆ แต่ก็มีคนกว่า 6,000 คนกดติดตามเขาในโลกออนไลน์

 

 

“ถ้าคุณอยากจะมีความสุข แทนที่คุณจะทำเป็นเหมือนกับ ‘มนุษย์’ ด้วยการแบกรับภาระแห่งความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรี ผมว่าคุณควรจะทำตัวอย่างสัตว์จะดีกว่า” Simon พูดถึงความเชื่อของเขา

ในตอนนี้ Simon อยู่ตัวคนเดียวและตัดขาดความสัมพันธ์กับพ่อแม่พี่น้องมาแล้วหลายปี เพราะเขาเชื่อว่าการมีความสัมพันธ์กับทางครอบครัวอาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดและความเครียดนั่นเอง

ท้ายที่สุดเขาทิ้งข้อความเอาไว้ว่า สิ่งหนึ่งที่เขารักกับการเป็นคนไร้บ้านนั่นคือการที่เขาไม่ต้องกังวลว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เขาเพียงแค่อยู่กับปัจจุบันและปล่อยให้โชคชะตากำหนดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาแค่นั้นเอง…

 

ที่มา: odditycentral, neatorama, scmp

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...