สาส์นเตือนด้วยความเป็นห่วง! เมื่อ”พระเจ้ากรุงดัชต์”ส่งสาส์นเตือนบอกให้โชกุนแห่งเอโดะ รีบเปิดประเทศเสียที


ด้วยการดำเนินนโยบายซะโกกุ หรือนโยบายปิดประเทศของญี่ปุ่นนานกว่า 200 ปี ทำให้ญี่ปุ่นห่างหายจากการเข้าถึงความเป็นไปของโลก ไม่รับรู้และรู้รับกับวิทยาการตะวันตกอย่างจริงจัง ไม่แม้กระทั่งคิดจะทำการค้าขายด้วย เว้นเสียแต่ดัชต์ที่เคยเป็นมิตรประเทศของญี่ปุ่น และนั่นเองที่ทำให้ญี่ปุ่นอนุญาติเพียงดัชต์ชาติเดียวที่จะค้าขายกับญี่ปุ่นได้ที่เดจิมะ

และด้วยญี่ปุ่นเชื่อใจดัชต์ และวางใจดัชต์มาก ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป มิตรประเทศของญี่ปุ่นจึงเตือนให้ญี่ปุ่นหันมาเปิดโลกทัศน์ของตัวเองให้มากขึ้น เพราะโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว

สงครามฝิน จุดเปลี่ยนของหน้าประวัติศาสตร์เอเชียในยุคล่าอาณานิคม
ในปี 2167 ภายใต้การบริหารของโชกุนคนที่สามของตระกูลโทกูงาวะ ญี่ปุ่นประกาศใช้นโยบายซะโกกุ ปิดประเทศห้ามคนในออกคนนอกเข้า ไม่ติดต่อค้าขายกับชาติฝรั่งชาติไหนเลย นอกเสียจากดัชต์ เนื่องด้วยความเกรงกลัวว่าพวกฝรั่งจะใช้ศาสนาคริสต์เข้ามาเพื่อยึดครองแผ่นดินแห่งเทพเจ้าของพวกเขา

เวลาผ่านมา 200 ปี เมื่อปี 2385 นโยบายปิดประเทศของพวกเขาต้องสั่นครอนลง เพราะมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ อย่างจักรวรรดิจีนภายใต้ราชวงศ์ชิง พ่ายแพ้ต่อสงครามฝิ่น จักรวรรดิจีนที่น่าเกรงขามถูกทำลายไป ส่งแรงสะเทือนไปทั่วทั้งภูมิภาคว่าภัยของการล่าอาณานิคม และจักรวรรดินิยมมาใกล้กว่าที่คิดแล้ว

ญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในนั้น ความพ่ายแพ้ของสงครามฝิ่นไม่ได้บอกให้โชกุนรู้แค่ว่า จีนที่เคยเป็นพี่ใหญ่ไม่มีศักยภาพที่จะเป็นมหาอำนาจของภูมิภาคแห่งนี้อีกแล้ว แต่ยังบอกด้วยว่าภัยของพวกชาติฝรั่งที่ญี่ปุ่นเคยขับไล่ออกไปจากประเทศนั้นรุนแรงมากกว่าตอนนั้นหลายสิบเท่า

โทกูงาวะ อิเอซาดะ โชกุนในขณะนั้น
ภัยที่มาหลังการสิ้นสุดของสงครามฝิ่นได้ทำให้รัฐบาลโชกุนนั้นประกาศผ่อนปรนนโยบายปิดประเทศเป็นครั้งแรก ในชื่อ “นโยบายมอบฟืนไฟและน้ำ” โดยมีใจความสำคัญก็คืออนุญาติให้เรือฝรั่งเข้ามาแวะพักตามจุดต่างๆที่กำหนดเอาไว้ เพื่อเติมฟืนไฟได้ แต่ไม่อนุญาติให้มีการค้าขายกัน

และด้วยเหตุผลนี้ทำให้มีเรือฝรั่งมากมายจากหลายชาติ เข้ามาอ้างเพื่อจะเข้ามาแอบค้าขายกับญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากขึ้น จนเป็นเหมือนรอบปริเล็กๆที่กำลังลามขยายขึ้นเข้าทุกที

การที่โลกเข้าสู่ยุคการล่าอาณานิคมแล้ว ทำให้การดำเนินงานของชาติตะวันตกเปลี่ยนไป พวกเขาไม่เหมือนกับเมื่อ 200 ปีก่อน ที่ไม่มีทั้งอาวุธที่มีประสิทธิภาพ หรือองค์ความรู้ที่จะเข้ายึดครองเอเชีย แต่ตอนนี้พวกเขาเปลี่ยนไปแล้ว พวกเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะยึดประเทศต่างๆได้ ไม่เว้นกระทั่งญี่ปุ่น

ดัชต์ที่เคยเป็นผู้มีพระคุณของญี่ปุ่น เพราะเคยให้ข่าวในช่วงการกวาดล้างศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่นเมื่อ 200 ปี ก่อน จึงเป็นห่วงมิตรสหายของเขาที่ผูกขาดตลาดให้ดัชต์ค้าขายได้เพียงผู้เดียว

ในปี 2387 พระเจ้าวิลเลียมที่ 2 ได้มีรับสั่งให้เขียนพระราชสาส์นไปยังเจ้าเมืองเอโดะ ใจความสำคัญคือการที่แนะนำให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศเสียที มิเช่นนั้นโลกอาจจะบังคับญี่ปุ่นให้เปิดประเทศ และนั่นะเป็นภัยต่อญี่ปุ่นเอง

พระเจ้าวิลเลียมที่ 2 แห่งเนเธอร์แลนด์

“ความห่างไกลต้องแพ้ให้กับเรือกลไฟ ประเทศใดที่พยายามจะขวางกระบวรการนี้สุ่มเสี่ยงกับการเป็นศัตรูกับประเทศอื่น เราตระหนักดีว่ากฎที่ตั้งไว้โดยบรรพชนผู้ปราดเปรื่องของท่านเป็นข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนกับชาวต่างชาติอย่างยิ่ง แต่ดังที่เหล่าจื่อได้กล่าวว่า ที่ใดก็ตามที่ปัญญาครองบัลลังก์ ผลลัพธ์คือสันติภาพที่มั่นคง เมื่อกฎหมายโบราณที่เกิดจากการกำหนดข้อจำกัดอย่างหนักหน่วง เป็นภัยต่อสันติภาพ ภูมิปัญญาจักบงการให้ผ่อนคลายลง”

เมื่อสาส์นนั้นไปถึงผู้ใหญ่ในวงวารของโชกุน ก็สร้างความขุ่นเคืองและไม่พอใจต่อชาติดัชต์เป็นอย่างมาก แต่ว่าพวกเขาก็เลือกที่จะฟังหูไว้หู เพราะความรุนแรงที่เกิดจากสงครามฝิ่น แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้แก้ไขตัวตามคำเตือนจนกระทั่งภัยมาหาตัว

อีก 10 ปีต่อมา กองเรือดำของสหรัฐเข้ามากดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ และใช้กำลังเข้าข่มขู่จนนโยบายปิดประเทศถูกทำลายลง เป็นไปตามคำเตือนของพระเจ้าวิลเลียมแห่งเมืองดัชต์ ไม่มีผิด

และญี่ปุ่นหลังเปิดประเทศ ก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความวุ่นวายอีกหลายสิบปี

 

 

 

“และนี่ก็คือเรื่องราวของญี่ปุ่นในยุคปิดประเทศ ถ้าชอบก็อย่าลืมแบ่งปันปลาทูให้กันด้วยน้าา”

ที่มา : กรกิจ ดิษฐาน(2561). The Meiji Revolution. –กรุงเทพ : ยิปซีกรุ๊ป.


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
guest
1 Comment
Inline Feedbacks
View all comments
จากผู้ติดตาม แมวๆทั้งหลาย

อนุญาต เขียนแบบนี้นะครับ
(ไม่ได้มีเจตนาที่จะสั่งสอน เป็นเพียงการแนะนำด้วยความหวังดีเท่านั้นครับ
หากทำให้รู้สึกไม่ดี ผมต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูง)

แมวท่านนายก

ลูกแมวเกิดใหม่

เลือกประเภทเนื้อหา
เล่าเรื่อง-สอบถาม
ตั้งกระทู้ถาม หรือเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ พร้อมภาพประกอบเนื้อหา
รูปภาพ
โพสต์ภาพน่าสนใจ ทั้งสวยงาม น่ารัก หรือฮาๆ ก็มาได้หมด
จัดอันดับ
บทความจัดอันดับสิ่งต่างๆ สมาชิกสามารถโหวตให้อันไหนขึ้นมาติดท็อปสุดก็ได้
จัดประกวด
คล้ายบทความจัดอันดับ แต่สมาชิกสามารถส่งเรื่องของตัวเอง มาโหวตแข่งกันได้
โพลล์
ทำโพลล์สอบถามความเห็นเพื่อนๆ ว่าคิดยังไงกับแต่ละเรื่องบ้าง?