ย้อนรอยโรคห่าระบาด ประชาชนตายเรือนแสน พระมหากษัตริย์สั่งทำพิธีอาพาธพินาศแก้สถานการณ์


4 แชร์, 2 ปลาทู

ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทุกหมู่เหล่า และนั่นเองทำให้เวลาหาทางออกในการแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ ศาสนาพุทธจึงเป็นตัวเลือกในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์ ทำพิธีขึ้นเพื่อแก้ปัญหา หรือการอ้างเจ้ากรรมนายเวรภูติผีวิญญาณว่าเป็นส่วนที่ทำให้เกิดปัญหา

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย ค่านิยมก็ยังคงใช้ได้เหมือนเดิม เพราะไม่นานมานี้ รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ ก็มีคำสั่งด่วนไปถึงมหาเถรสมาคมเพื่อให้พระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ให้สวดมนตร์ “รัตนสูตรมาเจริญ” อันเป็นบทสวดปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บสมัยพุทธการมาแก้ไขปัญหาโควิดที่นายประยุทธไม่สามารถจัดการได้

แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้นั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ขอย้อนไปในอดีต ในยุคที่มีโรคระบาดคร่าชีวิตชาวสยามไปอย่างมหาศาล

ในช่วงปี 2359 สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 2 แห่งราชจักรีวงศ์ ได้เกิดโรคอหิวาตกโรค หรือที่รู้จักกันในนาม “โรคห่า”  ระบาดอย่างหนัก ผู้คนล้มตายกันเกลื่อนเมือง เพราะเป็นโรคที่ในสมัยนั้นไม่สามารถรับมือหรือป้องกันได้อย่างทันท่วงที

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง บอกเล่าเรื่องราวการระบาดของโรคห่า ที่วัดท่าข้าม เขตบางขุนเทียน
การระบาดของโรคในตอนแรกมีคนตายไม่มาก แต่ว่าไม่มากในตอนนั้นก็คือศพแน่นวัดไปหมด ไม่ว่าจะเป็นวัดสระเกศ วัดปทุมคงคา วัดบางลำภู หรือตามวัดต่างๆ ไม่สามารถเผาศพได้ทัน จึงเอาศพนั้นไปทิ้งลงน้ำ เท่านั้นแหละครับ จำนวนคนตายจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ

เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าโรคนี้เกิดจากอะไร ทำให้ไม่มีการป้องกันหรือรักษาที่ดีพอ และยิ่งการทิ้งศพลงน้ำเป็นการกำจัด ก็ยิ่งทำให้ศพกระจายไปทั่วเมือง เชื้อโรคก็ระบาดไปทั่วเมือง โดยเฉพาะโรคห่าทีระบาดตามน้ำที่คนสยามอุปโภคบริโภค จำนวนคนตายก็เพิ่มมากขึ้น จากหลักร้อยเป็นหลักพัน จากหลักพันเป็นหลักหมื่น และจากหลักหมื่นเป็นหลักแสน ดี่งที่มีการบันทึกเอาไว้ว่า

“ณ วันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำเดือน 7 ไปถึงวันเพ็ญคนตายทั้งชายหญิง ศพที่ป่าช้าแลศาลาดินในวัดสะเกษ วัดบางลำพู [วัดสังเวชวิศยาราม] วัดบพิตรพิมุข วัดประทุมคงคา และวัดอื่นๆ ก่ายกันเหมือนกองฟืน ที่เผาเสียก็มากกว่ามาก แลที่ลอยในแม่น้ำลำคลองเกลื่อนกลาดไปทุกแห่ง จนพระสงฆ์ก็หนีออกจากวัด คฤหัสน์ก็หนีออกจาบ้าน น่าอเนจอนาถนัก ถนนหนทางก็ไม่มีคนเดิน ตลาดไม่ได้ออกซื้อขายกัน ต่างคนต่างรับประทานแต่ปลาแห้งกับเกลือเท่านั้น น้ำในแม่น้ำก็กินไม่ได้…”

สถานการณ์โรคระบาดแย่ลงทุกที จนเรื่องนี้ไม่อาจปล่อยผ่านได้ ในหลวงรัชกาลที่ 2 จึงมีพระราชดำริที่จะจัดพระราชพิธีอาพาธพินาศ เป็นการสวดมนตร์ไล่โณคระบาดให้ออกไปจากเมือง เพื่อกอบกู้สถานการณ์

ดังนั้นจึงออกคำสั่งไปยังพระสงฆ์ราชาคณะต่างๆ รวมถึงพระสังฆราช ให้ใช้คาถา “อาฏานาฏิยสูตร”  อันเป็นคาถาป้องกันและปราบปรามภูตผีมารวิญญาณร้ายเพื่อปัดเป่าให้โรคห่าหายไป ในการนี้ยังรวมไปถึงบังคับให้ตัวเองและพระบรมวงศานุวงศ์ประพฤติรักษาอยู่ในศีล ไม่ฆ่าสัตว์ ลดเวรยามรักษากำแพงวัง และปล่อยนักโทษทุกคนให้ออกจากคุกอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการยิงปืนใหญ่ในทุกคืนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และอัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุออกแห่รอบพระนคร โดยมีพระราชาคณะและพระสงฆ์ในขบวนสวดพระปริตรประพรมน้ำพระปริตรไปในขบวนแห่ และมีการทำพิธีใหญ่ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในบางคราว

ทั้งหมดนี้ที่ทำเพื่อหวังว่าจะทำให้การระบาดของโรคห่าทุเลาลงได้

แต่ว่าโรคห่ากลับไม่ทุเลาลงแม้แต่น้อย หนำซ้ำเหล่าพระสงฆ์และคนที่ร่วมขบวนแห่พระแก้วมรกต บ้างก็ล้มตายทั้งในขบวนนั้นแหละ บ้างก็ไปตายที่บ้านเพราะความเหนื่อยล้า การทำพิธีอาพาธพินาศทีใช้เวลาร่วม 1 ปี บทสรุปคือความล้มเหลวที่ไม่ช่วยให้มีคนตายน้อยลงเลยแม้สักนิดเดียว

การระบาดของโรคห่าในตอนนั้นยังทำให้เกิดตำนานมากมายมาจนถึงยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น ประตูผี หรือ แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์ ก็เป็นเรื่องราวที่เกิดมาตั้งแต่ตอนนั้น

หลังจากนั้นก็ไม่มีบันทึกอีกเลยว่าทางราชสำนักมีการประกาศใช้พิธีอาพาธพินาศในการกำจัดโรคระบาดอีกเลย จนกระทั่งการบริหารงานที่ล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ที่ไม่สามารถจัดการโควิดได้เลยจึงสั่งให้พระสวดมนตร์ไล่โควิด ตั้งแต่ปีที่แล้วยันปีนี้ ราวกับว่าไม่เคยอ่านประวัติศาสตร์เลยแม้แต่น้อย

 

“และนี่ก็คือเรื่องราวบทหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย ถ้าชอบก็อย่าลืมแบ่งปันปลาทูให้กันด้วยน้าา”

ที่มา : ศิลปวัฒนธรรม , มติชน , MGR online ,


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

4 แชร์, 2 ปลาทู
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
guest
1 Comment
Inline Feedbacks
View all comments

สวดมนต์ไล่เมื่อ 200 ปีก่อนยังพอรับได้นะ เพราะวิทยาการยังไม่ก้าวหน้าอะไรนัก ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญ

แต่ถ้าสวดยุคนี้….. แหะๆๆ

แมวท่านนายก

ลูกแมวเกิดใหม่

เลือกประเภทเนื้อหา
เล่าเรื่อง-สอบถาม
ตั้งกระทู้ถาม หรือเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ พร้อมภาพประกอบเนื้อหา
รูปภาพ
โพสต์ภาพน่าสนใจ ทั้งสวยงาม น่ารัก หรือฮาๆ ก็มาได้หมด
จัดอันดับ
บทความจัดอันดับสิ่งต่างๆ สมาชิกสามารถโหวตให้อันไหนขึ้นมาติดท็อปสุดก็ได้
จัดประกวด
คล้ายบทความจัดอันดับ แต่สมาชิกสามารถส่งเรื่องของตัวเอง มาโหวตแข่งกันได้
โพลล์
ทำโพลล์สอบถามความเห็นเพื่อนๆ ว่าคิดยังไงกับแต่ละเรื่องบ้าง?