มีใครเคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่า Drag Queen คืออะไร? และทำไมถึงได้รับความนิยมมากมายในปัจจุบัน รวมถึงในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

การแต่งกายแบบ Drag Queen เคยเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงละครที่ให้ผู้ชายแต่งเป็นผู้หญิง แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก

เอาล่ะ ไปเปิดประวัติของ Drag Queen กันดีกว่าว่ามีที่มาเริ่มต้นจากไหน และโด่งดังได้อย่างไร ไปรับชมกันได้เลย

 

 

Drag Queen เป็นหนึ่งในรูปแบบของศิลปะ ย้อนกลับไปในยุคของเชกสเปียร์ Drag ถือเป็นหนึ่งในความบันเทิงสมัยนั้น มีความเกี่ยวข้องกับโรงละคร และศาสนา

ในศตวรรษที่ 17 เมื่อละครของเชกสเปียร์แสดงครั้งแรกที่โรงละคร Globe กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ขณะนั้นมีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่จะแสดงได้ ทำให้ในส่วนของบทผู้หญิง ผู้ชายต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิง

โดยเชื่อว่าคำว่า Drag เกิดขึ้นจากการที่ผู้ชายพูดคุยกันว่าชุดที่พวกเขาใส่นั้นจะ “ลาก” ข้ามพื้นได้อย่างไร (เนื่องจาก Drag แปลว่า ลาก นั่นเอง)

 

ในยุคของเชกสเปียร์ผู้ชายมักแต่งตัวเป็นผู้หญิงเพื่อแสดงละครในบทบาทของผู้หญิง

 

ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 20 Drag ก็เริ่มเข้าสู่วัฒนธรรมอเมริกันผ่านประเภทของการแสดงที่ผสมผสานระหว่างดนตรี การเล่นตลก และการเต้นรำ เป็นการล้อเลียนที่สร้างความบันเทิงแบบสดๆ รู้จักกันในชื่อว่า “Vaudeville” นั่นเอง

การแต่งตัวเป็นผู้หญิงถือเป็นอีกหนึ่งความบันเทิงของ Vaudeville จึงเป็นครั้งแรกที่ Drag Queen เกิดขึ้น เธอมีชื่อว่า Julian Eltinge เธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และถือเป็นนักแสดงที่มีรายได้สูงที่สุดในยุค 1910s เลยก็ว่าได้

 

Julian Eltinge เจ้าแม่แห่งวงการ Drag ผู้โด่งดังในอดีต

 

หลังจากนั้น ในยุค 1930s การแต่งกายเป็นหญิง และวัฒนธรรม Drag ก็ถูกพูดถึงว่ามีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเกย์ เพราะมีคลับใต้ดินเกิดขึ้นในกลุ่มชาวเกย์ และ Drag ก็เป็นการสร้างความบันเทิงรูปแบบหนึ่งในบาร์

Drag ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงยุค 1950s และ 1960s เป็นที่รู้จักในชื่อว่า Pansy Craze อย่างไรก็ตาม ชุมชนวัฒนธรรมเกย์ใต้ดินในขณะนั้นก็ยังผิดกฎหมาย และเริ่มเกิดการปราบปรามขึ้น

ปี 1966 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเมื่อมาเฟียนิวยอร์ก อย่างครอบครัว Genovese ได้ซื้อ Stonewall Inn ที่หมู่บ้านกรีนวิช ในเมืองแมนฮัตตัน ก่อนที่ภายหลังจะกลายเป็นชุมชนวัฒนธรรมเกย์ และเกิดการจลาจลในปี 1969

 

บาร์ Stonewall Inn ชุมชนวัฒนธรรมเกย์ และ Drag

 

โฆษณาของ Kit Russell อีกหนึ่งเจ้าแม่แห่งวัฒนธรรม Drag ในยุค 1950s

 

ในขณะเดียวกันสมาชิกในกลุ่ม LGBTQ ก็สร้างชุมชนของตัวเองขึ้นในเมืองแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก จนทำให้เกิดวัฒนธรรม Drag Ball ซึ่งเป็นการประกวดแข่งขันล้อเลียนการเดินในช่วงต้นยุค 1970s

จากนั้น Drag ก็เข้าสู่กระแสหลักขึ้นเรื่อยๆ จากการแสดงของ Tim Curry ในปี 1975 และจากนักดนตรีผู้มีชื่อเสียงอย่าง David Bowie

 

Tim Curry (ด้านซ้าย) และ David Bowie (ด้านขวา)

 

วัฒนธรรม Drag ภายในบาร์เกย์ในยุค 1970s

 

ต่อมาในปี 1990 Rupaul Charles ก็ได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์วัฒนธรรม Drag ไปตลอดกาล เธอได้สร้างชื่อเสียง และประสบความสำเร็จไปในหลายประเทศ จากเพลง Supermodel (You Better Work)

ทำให้เธอมีผลงานเข้ามามากมาย ทั้งงานโฆษณา เครื่องสำอาง หรือจัดรายการทอล์คโชว์ เป็นต้น

ในปี 2009 Rupaul ก็ได้เปิดการแข่งขันเรียลลิตี้โชว์ในชื่อว่า Rupaul’s Drag Race จนได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

 

RuPaul Charles โพสท่าถ่ายในเดือนพฤศจิกายน 1992 ที่ไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก

 

RuPaul ขณะแต่งเป็น Drag และไม่แต่ง

 

ในยุคสมัยใหม่นี้เองที่อินเทอร์เน็ตทำให้วัฒนธรรมกระแสรองอย่าง Drag กลายมาเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักจนได้รับความสนใจไปทั่วโลก

Drag Queen ถือเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เลยทีเดียว

 

ที่มา: allthatsinteresting, theodysseyonline, popsugar

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...