นกฮูกอาจจะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมเท่ากับหมาหรือแมว แต่พวกมันมีมุมน่ารัก แปลก ฮา และแจกความสดใสได้ไม่แพ้หมาแมวแน่นอน

ดูอย่างเจ้าฮูกตัวนี้สิ เข้าไปแจกความสดใสถึงในวัดในวา แม้แต่พระอาจารย์เองก็อดขำไม่ได้ ท่าทีสำรวมที่อุตส่าห์รักษามาเป็นปีๆ พังหมด แบบนี้มันต้องแฉให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

เรื่องมีอยู่ว่า มีวันหนึ่งพระอาจารย์จากวัดป่าสันติสุขญาณสัมปันโน ปัญญาธโรเดินขึ้นไปบนเขากับผ้าขาวน้อย (เด็กที่มาบวชสามเณรภาคฤดูร้อนในช่วงปิดเทอม) เพื่อจะไปเติมน้ำในอ่างที่ทำไว้ให้สัตว์ต่างๆ

เนื่องจากในช่วงไฟไหม้ป่าสัตว์มักจะหนีไฟป่ามาอาศัยอยู่ในบริเวณวัด ซึ่งที่นั่น ทางวัดสามารถกันไฟป่าได้ประมาณ 300 ไร่

 

 

ขณะที่พระอาจารย์พาสามเณรไปเติมน้ำที่กุฏิกรรมฐานในป่า ทันใดนั้นก็ได้ไปเจอนกฮูกตัวหนึ่งตกน้ำ และกำลังดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด

พระอาจารย์ไม่รอช้า รีบไปช่วยเจ้าฮูกขึ้นมาทันที นกฮูกตัวนั้นมีเล็บแหลมมากๆ จนสามเณรน้อยหลายองค์ที่เข้าไปช่วยโดนเล็บมันขย้ำจนเลือดซึม

 

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น ทุกองค์ก็ห่วงความปลอดภัยจองเจ้าฮูกก่อน พวกเขาหาผ้าหนาๆ มารอง แล้ววางเจ้าฮูกลง ก่อนจะนำไปตากแดด เพื่อให้ขนแห้ง มันจะได้กลับมาบินได้อีกครั้ง

 

 

นอกจากตากแดดแล้ว พระอาจารย์ยังใช้พัดลมช่วยเป่าด้วย จนกระทั่งมันเริ่มบินได้ ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าฮูกก็บินกลับเข้าป่าไป

สำหรับการที่เจ้าฮูกตกน้ำนั้น พระอาจารย์คิดว่ามันคงหนีจากไฟป่ามา แล้วบินลงไปจับกบกินจนตกน้ำหรือไม่ก็ลงไปกินน้ำจนพลัดตกน้ำก็เป็นได้

 

 

นี่คงจะเป็นแค่การพลัดตกน้ำของนกตัวหนึ่งแล้วได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งดูจะเป็นเรื่องธรรมดามาก ถ้าพระอาจารย์ไม่ย้อนดูรูปนกฮูกตัวนั้นอีกครั้ง

จริงๆ ทุกคนคงจะขำกันตั้งแต่ตอนเห็นฮูกตกน้ำแล้วแหละ ก็แหม่ จะไม่ให้ขำได้ไง ดูหน้ามันสิ เหวี่ยงเอาเรื่องมาก คงเซ็งที่ทุกคนเอาแต่หัวเราะแทนที่จะช่วยมันก่อนละมั้ง

 

ขำไร ช่วยตูก่อน

 

ให้ช่วยแต่ตัวกรู เอาจอกขึ้นมาด้วยทำมายยย

 

อ่ะ ยังอีก ยังไม่เอาจอกออกจากหัวตูอีก เดี๋ยวเหอะ

 

แม้เจ้าฮูกจะทำสีหน้าไม่พอใจในตอนแรกเพราะมีแต่คนหัวเราะเยาะมัน แต่เพียงไม่นาน มันก็ยอมใจเย็นลง เพราะรู้ดีว่าหากไม่มีคนใจบุญเหล่านี้ มันคงไม่รอดแน่ๆ

 

 

ฮูกตัวเดิมเริ่มกลับมาแล้ว หลังจากปีกแห้ง

 

ระหว่างรอขนแห้ง ของีบแป๊บ เหนื่อยเหลือเกิน

.

 

พร้อมกลับบ้านแล้วจ้า

 

ขอบใจนะเจ้ามนุษย์ ไว้จะมาหาใหม่

 

ที่มา วัดป่าสันติสุขญาณสัมปันโน ปัญญาธโร

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...