การเสพสารเสพติดนั้นนอกจากจะทำให้สุขภาพย่ำแย่แล้ว ยังส่งผลให้รูปลักษณ์ภายนอกดูแย่ลงไปด้วย อย่างเธอคนนี้ที่แชร์ภาพตัวเองตอนเสพเฮโรอีนกับตอนเลิกว่ามันแตกต่างกันแค่ไหน

Melissa Lee Matos เป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง จาก West Virginia ผู้เลิกเสพเฮโรอีนมาได้ 1 ปี กับ 5 เดือนแล้ว และพบว่าตัวเองเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ภาพตอนที่ Lee Matos เสพติดเฮโรอีนนั้นแทบจะดูไม่ได้เลย เธอนั่งพิงผนังห้องน้ำ มีจุดดำขึ้นอยู่บนใบหน้า ขอบตาคล้ำ และเบ้าตาก็ลึกเหมือนคนแก่

เธอบอกว่า “ฉันอยู่ในสภาพนี้ทุกวันเป็นเวลาหลายปี มันเป็นสภาพที่สามีฉันต้องเจอ และเป็นภาพที่ลูกสาวมักจะเดินเข้ามาเห็น”

“มันคือภาพที่ครอบครัวและเพื่อนๆ ของฉันเห็นจนชินตา เป็นแบบนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งฉันเกิดป่วยหนัก รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย และคิดว่าคงไม่มีทางรักษาแล้ว”

 

 

ผลข้างเคียงจากการเสพเฮโรอีนคือ ทำให้เกิดฝีและมีแผลตามร่างกาย มีจุดดำขึ้นบนหน้าและลำตัว และทำให้น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

อีกภาพหนึ่งของ Lee Matos เหมือนกับผีดิบไม่มีผิด มีตุ่มขึ้นเต็มใบหน้า ส่วนมือก็กำลังถือชามขนม หน้าแนบพื้นโต๊ะ ไม่มีแรงแม้จะกระทั่งจะยกหัวขึ้น

เธอเขียนไว้ในเฟซบุ๊กว่า “ฉันสูญเสียทุกอย่าง ฉันคิดภาพไม่ออกว่าจะอยู่ได้มั้ยว่าถ้าไม่เสพเฮโรอีน ตอนนั้นฉันอยากตาย เพราะการมีชีวิตอยู่มันยากเหลือเกิน”

 

 

ปัจจุบัน Lee Matos เลิกเฮโรฮีนได้ 1 ปี กับ 5 เดือน เธอหันมาดูแลตัวเอง จนภาพล่าสุดที่โพสต์ เธอดูดีขึ้น รอยแผลและรอยดำหายไปจากหน้า เธอยิ้มได้อย่างสดใส เหมือนคนละคนกับก่อนหน้านี้

เธอเปิดเผยในเฟซบุ๊กว่า ต้องการให้เรื่องราวของเธอเป็นแรงผลักดันให้คนอื่นๆ เลิกเสพยา เพราะตอนนี้มีคนจำนวนมากที่กำลังจะตายเพราะยาเสพติด

“ใครที่กำลังติดยาอยู่ ให้ดูรูปของฉันที่สภาพไม่ต่างจากคนตายเลย” เธอบอก

 

 

ตลอดเวลาที่ติดยา Lee Matos ไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลย เธอเอาแต่จะเสพยาอย่างเดียว และลืมไปเลยว่าเธอมีลูกสาวที่ต้องดูแล

การที่ต้องเห็นแม่อยู่ในสภาพนั้นเป็นเวลาหลายปี ทำให้ลูกสาวของเธอแทบไม่รับความรักความอบอุ่นจากแม่ เหมือนเธอไม่มีแม่ด้วยซ้ำ

 

 

เพราะแบบนี้ Lee Matos จึงต้องการให้คนแชร์เรื่องราวของเธอเยอะๆ เพราะไม่อยากให้คนอื่นๆ ต้องมาเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน

นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่า ไม่ว่าคุณจะติดยาหนักแค่ไหน แต่มันก็ไม่สายเกินไปที่จะหันหลังให้กับยาเหล่านั้นเพื่อตัวเองและครอบครัว

 

 

ที่มา dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...