จากกรณีที่ลูกค้าชาวสิงคโปร์หัวเสีย ที่รออาหารจาก GrabFood นานเกินไป แต่พอ GrabFood มาถึง เขากลับต้องรู้สึกผิด เพราะเธอเป็นผู้พิการ ที่ตั้งใจจะมาส่งอาหารให้ไวที่สุดแล้ว

ข่าวเก่า: ลูกค้าหัวเสีย รออาหารจาก GrabFood นานเกินเหตุ จนเข้าใจได้ว่า ผู้พิการตั้งใจมาอย่างที่สุดแล้ว

ล่าสุดทางเว็บไซต์ Berita Harian ได้ไปสัมภาษณ์ Sumaiyah binte Ghazali สาวผู้พิการ วัย 40 ปี ที่ทำงานกับทาง GrabFood มาร่วม 4 เดือน ซึ่งเธอกำลังเป็นกระแสในช่วงที่ผ่านมา

 

 

เธอให้สัมภาษณ์ว่า เธอมีพี่น้อง 3 คน ครอบครัวของเธอไม่ใช่ครอบครัวที่ยากจน แต่เธอเพียงอยากหารายได้ด้วยตนเองเท่านั้น อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระ และรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ต่อครอบครัวบ้าง

เธอเกิดมาด้วยความพิการทางสมอง ส่งผลให้ขาของเธออ่อนแรง ต้องใช้วีลแชร์เป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวัน

 

 

แต่เธอก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า “ฉันยังขยับตัวได้ ฉันก็ต้องทำงานได้สิ” เธอเคยทำงานในออฟฟิศ แต่นิ้วของเธออ่อนแรงจนกระทบต่องาน เธอจึงลองมาทำงานกับทาง GrabFood และค้นพบว่าเธอชอบงานนี้

 

 

แน่นอนว่า การเป็นคนพิการที่ต้องทำงานด้านนี้ ต้องมีอุปสรรคหลายๆ อย่าง เธอเล่าว่า “มันลำบากมากเวลาฝนตก ฉันต้องถือร่ม และถ้าลมแรง ฉันก็ต้องต้านมันเอาไว้ เพราะลมจะพัดร่มของฉันไป”

ช่วงหนึ่งในคลิปวิดีโอ แสดงภาพให้เห็นตอนที่เธอดึงด้ามร่มให้ยาวออกมา เพื่อเคาะประตูเรียกลูกค้า เนื่องจากตัวเธอเอื้อมไม่ถึงประตู

 

 

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากรีบนะ แต่ร่างกายฉันพิการ ฉันไม่สามารถประมาณเวลาได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับสัญญาณไฟจราจร และเวลาของรถบัสสาธารณะ ฉันต้องใช้เวลากับสิ่งเหล่านี้

ถึงลูกค้าทุกท่าน… ถ้าคุณเห็นชื่อของฉัน ‘Sumaiyah B’ ขึ้นใน GrabFood ฉันอยากให้คุณเข้าใจคนแบบพวกเรา แม้ฉันจะเคลื่อนไหวไม่สะดวก แต่ฉันก็พยายามส่งให้คุณไวที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้”

 

 

อีกทั้ง ทาง GrabFood เองก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในคลิปวิดีโอสัมภาษณ์ของเธอเช่นกันว่า “มีคนแบบเธออยู่อีกมากมาย ที่ออกมาทำงานตามที่ต่างๆ เพื่อหาเลี้ยงชีพอย่างสุจริต เราทำสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อมอบโอกาสให้กับพวกเขา”

คลิปวิดีโอสัมภาษณ์ Sumaiyah binte Ghazali

 

ที่มา: mothership, @BeritaHarianSG, beritaharian

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...