ภาพสเปรย์ดังถูกประมูลไปกว่า 33 ล้าน แต่ศิลปินเจ้าของกลับใช้รีโมทสั่งตัดเหลือเพียงริ้วกระดาษ…

บางครั้งงานศิลป์ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อขายเสมอไป…

 

เมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ก.ย.) บริษัท Sotheby ได้จัดงานประมูลศิลปะขึ้นที่สำนักงานของพวกเขา ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ในงานดังกล่าวมีการประมูลภาพวาดภาพเขียนเกิดขึ้นมากมาย แต่ไฮไลต์ในงานนี้ก็คือภาพสเปรย์ด้วยเทคนิค Stencil ที่มีชื่อว่า Girl With Balloon ของศิลปิน Banksy โดยออกมาเผยตัวในช่วงท้ายๆ งาน

มีผู้สนใจประมูลภาพนี้อย่างคับคั่ง ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วภาพเด็กสาวกับลูกโป่งก็ทุบขายออกไปด้วยราคาราวๆ 840,000 ปอนด์ (ประมาณ 36 ล้านบาท)

 

ขณะเคลื่อนย้าย ‘ริ้วกระดาษ’ นี้

 

แต่แล้วก็เกิดเรื่องที่น่าเหลือเชื่อขึ้น เมื่อจู่ๆ ภาพนี้ก็ค่อยๆ เลื่อนตัวเองลงด้านล่างเฟรมพร้อมทั้งทำลายตัวเองกลายเป็น ‘ริ้วกระดาษ’ หลังจากทุบปิดประมูลไม่นานนัก

มีการสันนิษฐานกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดมาจากความที่ Banksy ใช้รีโมทกดทำลายงานของตัวเขาเองเพื่อต้องการจะสื่ออะไรบางอย่าง

พร้อมกันนี้ก็มีคนเห็นว่า มีชายในชุดดำสวมแว่นกันแดดคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ใส่กุญแจมืออยู่บริเวณทางเข้างาน ซึ่งก็เดากันว่าชายคนนั้นแหละที่น่าจะเป็น Banksy

ในภายหลัง Instagram ของ Banksy ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.5 ล้านคนก็โพสต์รูปภาพขณะงานนี้ถูกทำลายลง โดยเขาใส่แคปชั่นเอาไว้ว่า “Going, going, gone…”

 

View this post on Instagram

Going, going, gone…

A post shared by Banksy (@banksy) on

 

“เราเผชิญกับความเป็น Banksy เข้าแล้ว” 

“เขาได้แสดงถึงความเป็น Street Artist ชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อคืนที่ผ่านมาเราได้เห็นเศษเสี้ยวความอัจฉริยะของเขา”

“เราไม่เคยเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนที่งานศิลปะทำลายตัวของมันเอง”

 “ว่ากันว่าภาพที่เป็นริ้วๆ นี้มีแนวโน้มว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้นกว่าเดิมอีก” Alex Branczik หัวหน้าจัดงานประมูลศิลปะร่วมสมัยกล่าว

 

หน้าตาเต็มๆ ของภาพนี้

 

Banksy เป็นศิลปินกราฟิตี้ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและลึกลับมากที่สุดคนหนึ่งบนเกาะอังกฤษ มีรายงานว่าไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วตัวตนจริงๆ ของเขาเป็นใครกันแน่

แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ก็คือเขามีความเป็น ‘ขบถทางความคิด’ อยู่ส่วนหนึ่ง หากดูผลงานในอดีตที่มักจะชอบทำศิลปะแนวเสียดสี และนี่อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เขาจะใช้เพื่อสื่อว่า ‘งานศิลป์ไม่ควรถูกตีค่าด้วยราคา’ 

 

ที่มา: theartnewspaper, dailymail, unilad, theguardians, bbc

 

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....