การกลั่นแกล้งกันในสังคมต่างๆ ทั้งโรงเรียน และที่ทำงานนั้นส่งผลกระทบใหญ่หลวงให้กับคนที่ตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะทางด้านจิตใจ ที่อาจทำให้เป็นโรคร้ายอย่างโรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวล

การกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนนั้นมักกลายเป็นปัญหาที่คนมักมองข้าม ทั้งทางโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และหน่วยงานด้านการศึกษา มันจึงดำเนินมาอย่างยาวนานและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และคนจำนวนมากยังมองเป็นเรื่องปกติ

 

 

เด็กหญิง Evannah Pearson วัย 9 ขวบจากหมู่บ้าน Kingskerswell เคาน์ตี้ Devon ประเทศอังกฤษ เองก็ตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งในโรงเรียนเช่นกัน

Evannah ถูกเพื่อนผู้หญิงในโรงเรียนรังแกในห้องน้ำแคบๆ Kara แม่ของ Evannah หมดความอดทนต่อสิ่งที่ลูกสาวต้องเจอ เธอขอให้ Evannah ย้ายโรงเรียน แต่เด็กหญิงไม่มีความกล้ามากพอเพราะกลัวว่าที่โรงเรียนอื่นเธอก็จะตกเป็นเหยื่อเหมือนกัน

 

 

หลังอดทนต่อเรื่องเลวร้ายที่โรงเรียนมานาน 2 เดือน Evannah เริ่มฝันร้ายจนต้องให้แม่คอยปลอบตอนกลางดึกเสมอ เธอทั้งหดหู่ และรู้สึกโดดเดี่ยว

วันหนึ่ง Evannah ตัดสินใจคำตามคำขอของแม่ คือลาออกจากที่เดิมและย้ายไปโรงเรียนอื่น ซึ่ง Kara จัดการย้ายโรงเรียนให้ลูกสาวโดยใช้เวลาราว 1 อาทิตย์

หลังจากนั้นสุขภาพจิตของ Evannah ก็เริ่มดีขึ้น เธอเข้ากับทุกคนที่โรงเรียนใหม่ได้ เธอมีความสุขและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แถมยังช่วยเด็กคนหนึ่งที่ถูกเด็กที่โตกว่ารังแกด้วย

 

 

ไม่เพียงเท่านั้นเด็กหญิงยังอัดคลิปให้กำลังใจเหยื่อการกลั่นแกล้งคนอื่นๆ ให้กล้าที่จะเอาตัวเองออกมาจากสภาพแวดล้อมและสังคมแย่ๆ ไม่ใช่เพราะเรากลัวหรือพ่ายแพ้ แต่เราออกมาเพื่อรักษาจิตใจของเราเอง

ข้อความบนกระดาษในวิดีโอบอกเล่าเรื่องราวของเธอเอง และการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

“ฉันไม่ได้ลาออกเพราะกลัว….ไม่ได้ลาออกเพราะเศร้า…ไม่ได้ลาออกเพราะพวกเขาบอกว่าฉันอัปลักษณ์…ฉันไม่ลาออกเพราะว่าตัวเองไร้ค่า”

 

 

ฉันออกมาเพราะสุขภาพจิตของฉันมีคุณค่ามากกว่านั้น…ฉันตระหนักถึงอะไรบางอย่างตอนเข้าโรงเรียนใหม่…ว่าฉันเป็นคนตลก…ฉันเป็นคนจริงใจ …ฉันใจดี ใส่ใจ และห่วงใยความรู้สึกของเพื่อนๆ ….

ฉันขี้อายนิดหน่อย แต่ฉันก็เข้มแข็ง ฉันเป็นห่วงพวกคุณจริงๆ และจะคอยช่วยเหลือคุณเสมอ ฉันจะเป็นเพื่อนกับคุณนะ แล้วคุณล่ะจะเป็นเพื่อนฉันไหม?”

 

ถ้าดูคลิปไม่ได้ คลิก ที่นี่

 

Evannah หวังว่าข้อความจากเธอจะช่วยเหลือคนอื่นๆ ให้กลับมามีความสุขได้อีกครั้งเช่นกัน

 

ที่มา Mirror

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...