หญิงสาวเป็นคนรักสัตว์มาก ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงลาหรอก ทว่าตอนนี้มันก็กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงที่เธอรักมากๆ แล้ว

 

 

Payton Dankworth เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายจากรัฐเท็กซัส ประเทศอเมริกา เห็นเด็กๆ อย่างนี้เธอก็มักจะช่วยเหลือสัตว์เท่าที่เธอพอจะทำได้

เมื่อเพื่อนของเธอติดต่อมาเพื่อให้ช่วยดูแลลูกลาที่ถูกแม่ทิ้ง เธอจึงปฏิเสธไม่ได้ เธอเล่าว่า “เขาถามว่าฉันอยากช่วยให้มันมีชีวิตรอดไหม มันสุขภาพไม่ดีนัก และอาจจะมีชีวิตไม่รอดจนถึงเช้าอีกวันด้วย

ด้วยความที่ฉันเป็นคนรักสัตว์ ฉันจึงไม่มีทางที่จะปล่อยให้ลาน้อยตัวนั้นต้องตาย” ด้วยเหตุนี้เจ้าลา Jack จึงได้มาอยู่บ้านกับเธอ

 

 

เธอไม่ยอมปล่อยให้ลูกลาตายโดยไม่ช่วย

 

ตอนมาถึง Jack อ่อนแอมากอย่างที่เพื่อนของเธอบอกจริงๆ Dankworth จำเป็นต้องป้อนนมให้มันทุก 2 ชั่วโมงเพื่อให้มันมีแรง แล้วเธอก็ต้องกอดมันเพื่อให้ความอบอุ่นด้วย

 

หญิงสาวทั้งป้อนอาหาร…

 

และช่วยมอบความรักให้

 

การทุ่มเทช่วยเหลือของเธอทำให้ Jack มีชีวิตรอดมาได้…จากนั้นเธอจึงค่อยๆ ดูแลมันต่ออีกเพื่อให้มันแข็งแรงเหมือนลาปกติทั่วไป

นอกจากนี้การที่ Dankworth ทุ่มเทใจให้ Jack ยังทำให้มันไว้ใจเธอและรักเธอมากๆ ด้วย มันดูร่าเริงมากเมื่อมีเธออยู่ใกล้ๆ

 

 

Dankworth เองก็เริ่มรักมันมากขึ้นเหมือนกัน จากตอนแรกที่กะว่าจะช่วยเฉยๆ ตอนนี้เธอเลยตัดสินใจรับเลี้ยงมัน Jack จึงกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของครอบครัวเธอ

 

 

ถึงแม้บ้านของพวกเธอจะไม่ได้ทำไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์อย่างลา แต่โชคดีที่พวกเธอมีพื้นที่กว้างขวางไว้ให้มันได้วิ่งเล่นอย่างเต็มที่

ไม่นานนักการดูแลของหญิงสาวก็ทำให้ Jack กลับมาแข็งแรงมากพอจะวิ่งเล่นกับเจ้าหมาที่เลี้ยงไว้ได้อย่างสบายๆ แล้ว

 

View this post on Instagram

I love to run and play!

A post shared by Jack Austin (@thelifeofjackkkk) on

 

Dankworth เล่าว่า “Jack ปรับตัวได้ดีมาก ฉันสามารถพามันไปเดินเล่น และก็ขึ้นรถไปกับฉันได้ด้วย มันเหมือนกับสุนัขที่ตามฉันไปทุกที่”

 

ปรับตัวกับชีวิตสัตว์เลี้ยงได้ไวมากเลย

 

นอกจากจะได้สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักมาเพิ่มแล้ว Jack ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ Dankworth รู้ด้วยว่าเธออยากทำอะไรหลังเรียนจบ

เธอรู้ตัวว่าตัวเองมีความสุขมากๆ จากการได้ช่วยให้มันรอดชีวิต ดังนั้นในอนาคตเธอก็จะทำงานเกี่ยวกับการช่วยเหลือสัตว์ต่อไปแน่นอน

 

 

ที่มา: the dodo, boredpanda

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...