บางคนคงไม่คิดว่าการทำความดีในอดีต จะให้ผลถึงอนาคต เช่นดียวกับกรณีของชายคนนี้ที่รอดชีวิตมาได้เพราะเด็กยากไร้ที่เขาเคยช่วยเหลือในเมื่อ 11 ปีก่อน

ย้อนไปเมื่อปี 2008 ในมณเสฉวนประเทศจีน ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมถึงบ้านของ Yan Ling

Yan Ling เกิดในครอบครัวที่ยากจน ในฐานะลูกสาวคนโต เธอต้องดูแลพ่อที่พิการ แม่ที่ไม่สบาย และน้องสาวอีกสองคน

 

 

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้บ้านของเธอพังลงมา แต่เพราะความยากจนทำให้ครอบครัว Yan Ling ไม่มีเงินพอสำหรับสร้างบ้านใหม่ พวกเขาจึงต้องอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวของเพื่อนบ้าน

จนวันหนึ่ง Tan Zhenghua ผู้ใหญ่ใจดีได้พบกับครอบครัวนี้ เมื่อเห็น Yan Ling เขาก็นึกถึงตัวเองในวัยเด็ก เขาเติบโตมาในครอบครัวของเกษตรกรยากจน เขาจึงเข้าใจดีว่า Yan Ling ต้องเผชิญกับความยากลำบากขนาดไหน

Zhenghua จึงให้เบอร์ติดต่อกับเธอไว้ พร้อมบอกให้เธอโทรหาเขาตอนเรียนจบมัธยม

 

 

เมื่อเวลาผ่านไป Yan Ling ก็ได้ติดต่อกลับไปหา Zhenghua และเขาก็ได้แนะนำให้เธอเข้าเรียนต่อในวิทยาลัยแพทย์ North Sichuan Medical College โดยเขาเป็นผู้รับชอบเรื่องค่าเทอมจำนวน 7,000 หยวน (ราว 33,000 บาท) และค่าใช้จ่ายของเธอในปีแรก

นอกจากนั้นช่วยเหลือเรื่องค่าเล่าเรียนของน้องสาวของเธอด้วย

 

 

หลังจาก 11 ปีผ่านไป Yan Ling ได้ทำงานเป็นจักษุแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งทำให้เธอได้โอกาสตอบแทน Zhenghua ผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือเธอไว้ในอดีต

Zhenghua เป็นลมหมดสติระหว่างการประชุมที่บริษัท ทำให้ต้องเข้ารักษาโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน แพทย์วินิจฉัยว่า เขาป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง ซึ่งอาจจะเสียชีวิตได้หากสถานการณ์ไม่อยู่ภายใต้การควบคุม

เมื่อ Yan Ling ทราบดังนั้น เธอจึงเป็นผู้ที่คอยดูแล Zhenghua อยู่ข้างๆ ทั้งวันทั้งคืน และประสานงานกับแพทย์ท่านอื่นๆ ในโรงพยาบาล ทำให้การรักษาของเขาเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น

จนสุดท้าย Zhenghua ก็รอดชีวิตมาได้โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ Yan Ling เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเธอก็ไม่ลืมพระคุณของ Zhenghua ที่เคยช่วยเหลือเธอในอดีต

Zheng Hua ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมได้ช่วยเธอไว้เมื่อ 11 ปีก่อน ตอนนี้เธอช่วยชีวิตผมไว้! ผมอยากจะเล่าเรื่องนี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น”

 

ที่มา: sohu, worldofbuzz

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...