สำหรับบางครั้งเหตุการณ์รุนแรงก็เกิดขึ้นมาได้อย่างที่ไม่น่าเชื่อ ดั่งเช่นเหตุการณ์นี้ที่ผู้เป็นอาโมโหที่หลานสาววัยรุ่น พาเพื่อนมากินเหล้าที่บ้าน ส่งเสียงดังโวยวาย จนท้ายที่สุดแล้วก็จบลงด้วยการเอา ‘ปืนอัดลม’ มายิงใส่เพื่อนของหลาน!?

 

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

 

รายการทุบโต๊ะข่าวรายงานถึงเรื่องนี้ โดยมีรายละเอียดประมาณว่า น้องน้ำฝน (นามสมมุติ) คุณแม่ลูกหนึ่งอายุ 17 ปี มักจะชักชวนเพื่อนๆ ทั้งชายหญิงซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นวัยรุ่นอายุราวๆ 15 – 17 ปีมาสังสรรค์กินเหล้าภายในบ้าน

พฤติกรรมของกลุ่มเพื่อนของน้องน้ำฝนก็คือ เมื่อรวมกลุ่มกันมักจะกินเหล้ากันเสียงดัง อีกทั้งยังมีการบิดมอเตอร์ไซค์สร้างเสียงดังโหวกเหวก จนกระทั่งถึงเวลา 01.00 – 02.00 น. ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเลิกวง

 

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

 

ในวันที่เกิดเหตุ (30 พ.ค.) น้องน้ำฝนก็ชักชวนเพื่อนๆ มากินเหล้าที่บ้านเช่นเคยโดยมีผู้ชายราวๆ 4 – 5 คนและผู้หญิงอีก 2 คน ในวันนั้นคุณสมชาย ผู้เป็นอาของน้องน้ำฝนและเจ้าของบ้านก็กลับมาจากการทำงาน

จากการที่คุณสมชายเห็นพฤติกรรมของกลุ่มหลานมานาน อีกทั้งยังถูกรบกวนจะไม่ได้พักผ่อน ในที่สุดคุณสมชายก็ทนไม่ไหวออกไปตักเตือนกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ แต่ว่าทางกลุ่มของน้องน้ำฝนก็ไม่ฟัง

 

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

 

อาจึงบันดาลโทสะสั่งทำโทษกลุ่มเด็กๆ โดยสั่งให้เด็กผู้ชายวิดพื้น หมอบ รวมถึงกลิ้งกับพื้น จากนั้นคุณอาก็ไปหยิบปืนอัดลมมาแล้วก็ยิงลงพื้น แต่ว่าพลาดเป้ากระสุนแฉลบไปโดนชายที่ชื่อว่านายนพรัตน์ จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ทางด้านคุณแย้มพี่สาวของคุณสมชาย ก็เล่าให้ฟังว่าปกติแล้วน้องน้ำฝนไม่มีพฤติกรรมมั่วสุมมาก่อน แต่ว่าหลังจากที่เลิกรากับแฟนหนุ่มที่มีลูกด้วยคนหนึ่ง ก็มักจะตั้งวงเหล้าดื่มกับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งก็คาดว่าน่าจะทำประชดแฟนเก่า

 

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

 

ส่วนทางด้านเจ้าตัวนั่นคือน้องน้ำฝนก็เล่าว่า ในวันนั้นมีเพื่อนอยู่ในบ้านหลายคน โดยเป็นผู้หญิง 2 คน ผู้ชายอีก 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแฟนใหม่ของตน และมีเพื่อนชายขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาสมทบอีก 2 คน

ในวันดังกล่าวไม่ได้ตั้งวงกินเหล้าแต่อย่างใดอีกทั้งไม่ได้ทำอะไรที่รบกวนอาสมชายเลยสักนิด แต่ที่อาโมโหน่าจะเกิดมาจากการที่อาสั่งให้ทำงานบ้าน อาก็เลยไม่พอใจซะมากกว่า

ทั้งนี้น้องน้ำฝนก็คิดว่าคุณอาน่าจะใช้ปืนอัดลมเพื่อยิงขู่สั่งสอนซะมากกว่า ไม่ได้ตั้งใจยิงหมายเอาชีวิตแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งก็มาจากความผิดของตัวเองด้วย…

 

ที่มา: ทุบโต๊ะข่าว

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...