ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ในความพยายามเอาชนะธรรมชาติของมนุษย์ จากผลงานการตัดต่อพันธุกรรมเด็กทารกของนาย He Jiankui นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ที่ออกมาเปิดเผยให้โลกได้รับรู้กับการทดลองของเขา

 

 

เมื่อช่วงปลายปี 2018 เขาได้ประกาศว่าสามารถตัดต่อพันธุกรรมทารกในหญิงสองคนได้สำเร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อ HIV, โรคฝีดาษ และอหิวาตกโรคในมนุษย์แบบเบ็ดเสร็จ ผ่านกระบวนการตัดต่อจีโนม CRISPR (CRISPR-edited)

ข่าวเก่า: สื่อนอกรายงาน นักวิทย์จีนผู้ตัดต่อพันธุกรรมทารกคนแรกของโลก ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

 

 

หลังจากที่เขาได้ประกาศผ่านโลกออนไลน์ไปแล้ว มีข่าวระลอกหลังแพร่สะพัดมาจากทางการจีนว่านาย He Jiankui ถูกรัฐบาลอุ้มหายตัวไป

ซึ่งคาดกันว่าถูกกักตัวให้อยู่แต่ภายในบริเวณบ้านพักของตัวเอง และทางมหาวิทยาลัยที่เขาสังกัดอยู่ไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้

 

 

โดยล่าสุดนี้ นาย William Hurlbut นักฟิสิกส์และนักชีวจริยธรรมจากมหาวิทยาลัย Stanford หนึ่งในผู้ที่ติดต่อกับ He Jiankui เป็นประจำ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลกับทางแหล่งข่าวประเทศฝรั่งเศส

ผลงานการตัดต่อพันธุกรรมชิ้นนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนอุ้มท้อง โดยผู้หญิงที่อุ้มท้องเด็กทารกคนที่สอง (ที่ได้รับการแต่งพันธุกรรม) กำลังอยู่ในช่วงอุ้มท้องระหว่างสัปดาห์ที่ 12 และ 14

นั่นจึงหมายความว่าเด็กที่ได้รับการแต่งตกพันธุกรรม ใกล้จะถึงเวลากำหนดคลอดในอีกระยะ 6 เดือนข้างหน้า

 

 

ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ทั้งนอกและในวงการวิทยาศาสตร์ หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับนาย He แล้ว ช่วงเวลาที่ประกาศในระหว่างงานประชุมสัมมนาทางวิชาการ ตัวอ่อนตัวที่สองยังไม่พร้อมที่จะแสดงให้เห็นผ่านการอัลตร้าซาวด์

“ตอนนั้นน่าจะมีอายุไม่เกินไปกว่า 4 หรือ 6 สัปดาห์ แต่ว่าถ้ามาจนถึงตอนนี้ ก็น่าจะมีอายุราวๆ 12 ถึง 14 สัปดาห์แล้ว” Hurlbut ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อ

 

อย่างไรก็ตามนาย Hurlbut ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมเยียนนาย He ถึงถิ่นได้ จากเหตุที่โดนกักตัวจากทางการจีน จึงทำการติดต่อพูดคุยผ่านโทรศัพท์และอีเมลแทน

แต่ทว่าจากการออกมาให้ข่าวของนาย Hurlbut ในครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้ติดต่อกันอีกเป็นสัปดาห์แล้ว…

 

ภาพประกอบเนื้อหา

 

สิ่งที่ยังเคลือบแคลงอยู่นั่นก็คือ ทางรัฐบาลจีนจะมีท่าทีอย่างไรหลังจากที่ข่าวนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่า เด็กที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรมคนที่สองนี้ ยังมีชีวิตอยู่และกำลังจะถือกำเนิดขึ้นมาภายในอีกไม่กี่เดือน…

 

ที่มา: france24, futurism

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...