ชายหนุ่มใจบุญผู้ช่วยแมวจรจัดในชุมชน จนผู้คนขนานนามให้ว่า ‘คานธีแห่งเมืองโบกอร์’

เมื่อก่อนเมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซียเคยเป็นเมืองที่มีปัญหาเรื่องแมวจรจัด เพราะพวกมันถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก ไม่มีใครรับดูแลพวกมันเลย แมวในแถบนั้นก็เลยอยู่อย่างอดๆ อยากๆ บางตัวก็ไม่มีที่ซุกหัวนอนเป็นหลักแหล่งด้วยซ้ำ

จนกระทั่ง Uli Sharbinie ชายที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นตัดสินใจเริ่มช่วยเหลือแมว จากการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ในตอนแรก ก็นำเขาไปสู่การช่วยเหลือแมวแทบทุกตัวในชุมชน จนพวกมันมีบ้านที่อบอุ่นอาศัยอยู่อย่างมีความสุข

 

Uli Sharbinie ผู้ชายที่รักแมวยิ่งกว่าอะไร

 

Uli เป็นคนที่รักแมวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คุณปู่ของเขาก็รักแมวแล้วเก็บแมวจรจัดมาเลี้ยงเป็นประจำ เขาเลยรักแมวมาตั้งแต่ยังเด็ก

จุดเริ่มต้นในการช่วยเหลือแมวของเขานั้นเริ่มขึ้นเมื่อเขาเจอแมวตัวหนึ่งถูกรถชน ด้วยความเป็นห่วงเขาก็เลยขับรถเกือบ 3 ชั่วโมงเพื่อพามันไปหาสัตวแพทย์ แล้วก็ควักเงินจ่ายค่ารักษาที่แพงหูฉี่ให้กับเจ้าแมว

เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยความเป็นห่วงมัน เขายังต้องยืมเงินบางส่วนมาจากเพื่อนมาจ่ายให้ค่ารักษาด้วย จากนั้นมาเขาก็เริ่มดูแลแมวจรจัดตัวอื่นเพื่อไม่ให้มันต้องพบเจอชะตากรรมที่โหดร้ายเหมือนเจ้าเหมียวตัวนี้

 

 

เขาเก็บเจ้าแมวที่ถูกรถชนมาไว้ที่บ้าน แล้วเริ่มดูแลแมวเท่าที่เขาจะทำได้ โดยการเอาข้าวไปเทไว้ให้แมวจรจัดกินเป็นประจำ และถ้ามีแมวตัวไหนที่ป่วย เขาก็รักษาพวกมันเท่าที่จะทำได้ แต่ด้วยเงินที่มีจำกัดเขาก็รักษาพวกมันได้ทีละตัวเท่านั้น

ทุกครั้งที่เขาช่วยเหลือแมว เขาก็จะโพสต์บอกเล่าเรื่องราวการช่วยเหลือของเขาลงบนโซเชียลมีเดียด้วย เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นช่วยเหลือแมวเหมือนกันเขา

 

 

จนกระทั่งปี 2014 Kristen in California ก็ได้เห็นเรื่องราวการช่วยเหลือแมวของเขา เธอประทับใจในน้ำใจและความทุ่มเทที่เขามีให้กับแมวทุกตัว เธอก็เลยเริ่มติดต่อพูดคุยกับเขา

ยิ่งเธอรู้เรื่องราวของเขามากขึ้น เธอก็ยิ่งอยากช่วยเหลือเขาและแมวพวกนั้น เธอก็เลยติดต่อเพื่อนที่รู้จักกันอีก 3 คนแล้วร่วมกันตั้งแคมเปญรับบริจาคใน GoFundMe ให้กับเขาเพื่อเอาเงินจำนวนนั้นไปดูแลแมว

 

 

ไม่นานก็มีคนจากทั่วทุกมุมโลกบริจาคเงินเข้ามาช่วยเหลือเขา Uli ก็เลยมีเงินมากพอจะซื้ออาหารให้แมวทุกตัวกิน แล้วพาแมวที่ป่วยทุกตัวไปรักษาได้ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องราวของเขาก็รู้ไปถึงหูของกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง พวกเขาก็เลยส่งคนและเงินไปช่วย Uli ดูแลแมวจรจัดอีกแรงหนึ่ง

เมื่อมีเงินทุนมากพอแล้ว Uli ก็สามารถพาแมวทุกตัวที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเงินพอจะดูแลได้ กลับไปเลี้ยงที่บ้านได้ทั้งหมด แล้วเขาก็ใช้ความสามารถทางด้านงานช่างที่มีอยู่สร้างบ้าน 2 ชั้นให้พวกแมวอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของเขาเองด้วย

 

 

ชายหนุ่มรู้สึกขอบคุณผู้บริจาคเงินทุกคนมาก เขาคิดว่าคนที่บริจาคเงินมาเป็นเทพธิดาที่ส่งแรงมาช่วยเขาจากสวรรค์ ส่วนตัวเขาเองก็ได้รับฉายาในหมู่ผู้ช่วยเหลือแมวว่า ‘คานธีแห่งเมืองโบกอร์‘ ผู้มีเมตตากับสัตว์ทุกตัว

หลังจากสร้างบ้านแมวเสร็จแล้ว ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปถึงหูทุกคนในชุมชน แมวที่จะถูกเจ้าของเอาไปทิ้งไว้ตามถนน ก็เลยได้มาอยู่กับ Uli ที่นี่แทน แถมยังมีคนที่มีใจรักแมวเหมือนกันมาขอเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเขาดูแลแมวพวกนี้ด้วย

 

 

ไม่นานนักบ้านของเขาก็กลายเป็นเหมือนศูนย์พักพิงแมวขนาดย่อมๆ เขายังคงช่วยเหลือแมวทุกตัวในชุมชนต่อไป ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือบ้านแมวหลังนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับแมวแค่อย่างเดียวแล้ว มันยังเป็นแหล่งให้ความรู้กับเด็กๆ ด้วย

Uli และภรรยาของเขาเป็นคุณครู พวกเขาก็เลยพาเด็กๆ มาให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์และการช่วยเหลือสัตว์ที่นี่ แล้วก็เป็นการช่วยให้เด็กๆ ทำความคุ้นเคยกับพวกแมวด้วย

 

 

บ้านแมวของเขาเริ่มมีประชากรแมวและคนที่สนใจช่วยเหลือเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็ต้องวางแผนเพื่อขยายบ้านแมวเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะต้องลงแรงกายแรงใจไปอีกมากเท่าไร เขาก็จะยังช่วยเหลือแมวต่อไปโดยไม่มีข้อแม้

 

 

ใครที่อยากติดตามเรื่องราวของเขาและเหล่าแมวในเมืองโบกอร์ สามารถติดตามเรื่องราวได้ที่ เฟซบุ๊กของเขา นะครับ

 

ที่มา: Animal Channel

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
เหมียวไทย เชื้อสายจีน แต่สปีคไชนีสไม่ได้นะจ้ะ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....