กำลังกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลอยู่ ณ ตอนนี้ เมื่อมีแพทย์นายหนึ่งได้โพสต์บทความอธิบายถึงวิธีการเลี้ยงลูกของตัวเอง

โดยบทความนั้นเขียนเอาไว้ว่า การเล่นเกมนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดี และเขาจะไม่ยอมให้ลูกเล่นเกมเหมือนกับพ่อแม่คนอื่นๆ โดยเด็ดขาด!!

 

ลองเข้าไปอ่านเนื้อหาบทความกันแบบเต็มๆ ที่โพสต์ต้นฉบับได้เลยจ้า…

 

จากโพสต์ดังกล่าวก็มีประเด็นขึ้นมา เพราะคุณหมอมีการใช่คำพูดที่ดูถูกดูแคลนพ่อแม่คนอื่นที่ยอมให้ลูกเล่นเกมว่าเป็นคน ‘โง่เขลา’ ทำให้ชาวเน็ตหลายคนไม่เห็นด้วย จึงเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันมากมาย

 

คุณ Theetawit Setthachai (ช่า บทขต./เพจบันทึกของตุ๊ด) ให้ความเห็นว่า “ปกติเล่นเกมส์เยอะค่ะ ติดเกมส์ โตมาก็เป็นคนสดใสร่าเริงนะคะ แถมยังเปิดกว้างทุกความเห็น ไม่ด่าคนอื่นว่าเขลา และไม่ยกตนว่าเป็นผู้มีปัญญา อ่านตรรกะประมาณว่าพวกที่คิดไม่เหมือนกูคือโง่นี่งงมาก เป็นจิตแพทย์จริงเหรอคะ?”

 

 

คุณ Sukavin Sanitraksa ให้ความเห็นว่า “คุณมองภาพลบเกี่ยวกับเกมส์มากไปรึป่าว เราสามารถเล่นเกมส์ในขณะที่อย่างอื่นเราก็ทำได้ไปพร้อมๆกัน เกมส์ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาสำคัญคือคุณมีวินัยในการแบ่งเวลารึป่าวตรงนี้สิน่าคิด เอ้อว์”

 

คุณ Natsuda Cha ให้ความเห็นว่า “มีเพื่อนติดเกมค่ะ ตอนนี้เปน softwear engineering อยู่ singapore ฉลาดมากไม่โง่ อิอิ”

 

คุณ Punniiz Hopecm ให้ความเห็นว่า “คนที่ติดเกมส์ แบบงอมแงม แบบไม่เอาอะไร เล่นจนเสียงานเสียการ เล่นจนแยกแยะตรรกะอะไรจริง ไม่จริงไม่จริง ไม่ได้ เรามองแบบชาวบ้านทั่วไปนะ เราคิดว่าเป็นคนแยกแยะไม่ได้อ่ะ คือถูกชักจูงได้ง่าย สนุกนิด มันส์หน่อย เร้าใจ แค่นี้ก็ไปไหนไม่ได้ แบบนั้นอันตราย แต่อย่าเหมารวมกับคนที่เค้าแยกแยะได้ มั้ยคะ? เราเคยรู้จักเด็กที่เล่นเกมส์แฟมมิคอม แล้วในเกมส์นั้นมันเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ เด็กมันอยากเล่นก็พยายามไปเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น พอโตมาหน่อยก็เรียนจนสามารถสอบชิงทุนไปเรียนญี่ปุ่นได้ ทุกวันนี้ทำงานที่ญี่ปุ่น บริษัทใหญ่โต ไม่เห็นเค้าเสียคน หรือ เขลาตรงไหน? ยกตัวอย่างอีกคนเป็นเพื่อนของเราเอง ติดเกมส์ออนไลน์ เล่นทุกวัน เล่นทั้งวัน จนพ่อแม่เค้าสังเกตุว่าลูกรักทางนี้ พ่อแม่เค้าสนับสนุนค่ะ ทุกวันนี้เข้าไปอยู่ในทีมพัฒนาเกมส์ออนไลน์ระดับโลก /// เห็นคุณหมอเตือนคนนั้นคนนี้ แต่คุณหมออย่าลืมเตือนตัวเองนะคะ ว่าโลกเรา มันมีหลายมุมมอง มีหลายด้าน และที่สำคัญ กฏของบ้านแต่ละบ้านไม่เหมือนกันค่ะ โอเค คุณหมอพอใจแล้ว คิดว่านี่คือดีแล้ว สำหรับครอบครัวคุณ แต่บ้านอื่นเค้าไม่ได้คิดแบบนั้น มันก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นโง่กว่า จริงไหม?”

 

นอกจากนี้เพจชื่อดังอย่าง Drama-addict เองก็ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน…

 

นอกจากจะมีกระแสต่อต้านแล้ว ก็ยังมีพ่อแม่อีกหลายคนที่เห็นด้วยกับโพสต์ของคุณหมอ…

 

คุณ Non Ting Tong ให้ความเห็นว่า “ผมคนนึงที่ผ่านการติดเกมส์มาแล้วครับ ผลเสียอย่างที่หมอว่าจริงๆ การเรียนผมแย่ ไม่มีทักษะทางสังคม อารมณ์หงุดหงิด โลกส่วนตัวสูง ผมจะพยายามไม่ให้ลูกเหมือนผมครับ ขอบคุณมากครับหมอ”

 

คุณ Thanyalak Pinsanor ให้ความเห็นว่า “พยายามที่สุดเหมือนกันค่ะที่จะไม่ให้ลูกติดเกมติดจอ เราเลยไม่ตามแฟชั่น ไม่ซื้อสมาร์ทโฟนแพงๆมาใช้ ไม่ซื้อแทบเล็ต ไม่เคยเล่นเกมให้ลูกเห็น แต่จะชวนกันเล่นดินเล่นทราย อ่านหนังสือ ตอนนี้โตกันขึ้นมาหน่อย ชวนกันไปทำเล้าไก่ ชวนไปพรวนดินปลูกผักกัน สนุกและได้ประโยชน์ด้วยค่ะ”

 

คุณ Patchanok Iaw ให้ความเห็นว่า เหมือนกันเลยค่ะ. ถ้าวันนั้นป๊ายอมให้เล่นเกมส์. ชีวิตและจุดที่ยืนตรงนี้คงขยับเปลี่ยนไปไกลไม่มากก็น้อย ‘ยังมีของเล่นอื่นๆ ที่ลูกเล่นได้อย่างสนุกอีกมากมาย’ เรื่องนี้ยืนยันด้วยเช่นกันค่ะ”

 

pixabay.com

 

แล้วเพื่อนๆ ชาวเหมียวของเรามีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง ก็ลองเสนอกันเข้ามาได้เลยนะจ๊ะ

ที่มา : Dad Mom and KidsTheetawit SetthachaiDrama-addict

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...