การตลาดที่ประสบความสำเร็จนั้นมักจะมีกลวิธีเด็ดๆ ในการดึงดูดลูกค้าเสมอ ซึ่งกลวิธีที่ส่วนใหญ่มักใช้ได้ผลคือการแจกของฟรี และอีกวิธีหนึ่งก็คือการใช้ความเซ็กซี่เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า

ซึ่งก็มีกลุ่มคนจำนวน 5 คน ที่มีนักเรียนหญิง 3 คนรวมอยู่ในนั้นด้วย ได้นำทั้งสองวิธีมารวมกันโดยการเสนอให้จับหน้าอกฟรี ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม เด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายอายุ 16 ปี ทำการสร้างจุดสนใจให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ในละแวกสถานีรถไฟชิบูยะ ใกล้กับรูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ

โดยแต่งตัวชุดบันนี่เกิร์ล พร้อมถือป้ายที่เขียนข้อความว่า “จับหน้าอกฟรี” และพูดกับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาบริเวณนั้นว่า “จับหน้าอกของพวกเราได้ตามต้องการ”

 

ภาพประกอบบทความ ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

 

ถึงแม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่สนใจข้อเสนอของเด็กนักเรียนเหล่านั้น แต่ทางสำนักงานตำรวจของโตเกียวนั้นรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก

หลังจากสำนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษด้านความปลอดภัยชุมชน ได้มีการตรวจสอบประวัติของเด็กนักเรียนทั้ง 3 คน รวมไปถึงเด็กนักเรียนชายวัย 18 ปีและ 23 ปี ที่เป็นคนถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอ

พวกเขาทั้งหมดนั้นโดนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งที่ก่อให้เกิดความรำคาญหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับสาธารณะ แต่เนื่องจากไม่ได้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นเงิน จึงไม่สามารถตั้งข้อหาค้าประเวณีได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้รับผลประโยชน์…

 

ชุดบันนี่เกิร์ลกับป้ายที่เขียนข้อความว่า “จับหน้าอกฟรี

 

จากการสืบสวนพบว่าเด็กนักเรียนหญิงทั้ง 3 คนนั้น ได้กระทำลงไปเพื่อหวังผลประโยชน์เป็นเงิน จากการทำคลิปวิดีโอที่มีคนมาจับหน้าอกพวกเธอ และอัปโหลดลงบนเว็บไซต์ยูทูบเพื่อทำกำไรจากยอดคนดู

 

ภาพจากยูทูบเบอร์ที่เป็นแรงบรรดาลใจให้กับนักเรียนหญิง 3 คนนี้ ซึ่งวิดีโอนั้นได้ถูกลบออกไปเรียบร้อยแล้ว

 

ซึ่งพวกเธอได้แรงบันดาลใจมาจากยูทูบเบอร์ช่องหนึ่งที่มีชื่อว่า Pepsi Lu ที่เคยทำแบบนี้ที่หน้าสถานีรถไฟชิบูยะเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมกับข้อความว่า “หน้าอกช่วยกู้โลก

 

 

ถึงแม้ว่ายูทูบเบอร์ผู้นั้นจะไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่ทางกรมตำรวจก็ได้ตัดสินใจลงมือจัดการ ก่อนที่สถานีรถไฟชิบูยะ จะกลายเป็นสถานที่สำหรับเทศกาลจับหน้าอกจากคนแปลกหน้าไปเสีย

 

 

กลยุทธ์ในการดึงดูดความสนใจจากผู้คน ยังมีอีกหลากหลายทาง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้วยนะ…

 

ที่มา mainichijin115, Soranews24

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...