เคยได้ยินเรื่องของเฟเดริก ดักลาสกันไหม? เขาคือนักเขียนชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 19 และมีชื่อเสียงที่สุดในเรื่องการเอาความจริงอันโหดร้ายของชีวิตทาสไปเปิดเผยต่อคนผิวขาวนั่นเอง

 

 

เฟเดริก ดักลาสนั้นเดิมทีแล้วเกิดมาในฐานะทาสเมื่อปี 1818 ก่อนที่จะเริ่มเรียนการอ่านเขียนด้วยตัวเอง และหนีออกมาจากการเป็นทาสในหลังจากที่อ่านเขียนได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว

เขาใช้ชีวิตในนิวยอร์กอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งแต่งงานในปี 1838 และย้ายไปใช้ชีวิตในรัฐแมสซาชูเซต ซึ่งในเมืองนี้เองที่เขาได้กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มต่อต้านการใช้ทาสแห่งสหรัฐอเมริกา และเขียนหนังสือที่จะทำให้เขาเป็นตำนาน

 

 

งานเขียนหลายชิ้นของเขาอย่าง Narrative of the Life of Frederick Douglass, an American Slave นับว่ามีอิทธิพลในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก

เพราะไม่เพียงแต่หนังสือเล่มนี้จะทำให้คนผิวขาวรู้ถึงความลำบากของทาสแล้ว มันยังเป็นผลงานที่ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าคนผิวสีมีสติปัญญาต่ำกว่าคนขาว และว่ากันว่านี่เป็นผลงานที่ช่วยให้เกิดการเลิกทาสขึ้นในเวลาต่อมาเลยด้วย

 

เฟเดริก ดักลาส ในช่วงปี 1848

 

แต่ผลงานของเฟเดริกนั้นไม่ได้มีเพียงเรื่องทาสเท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้สนับสนุน เรื่องความเท่าเทียมในรูปแบบอื่นๆ เช่นความเท่าเทียมทางเพศอีกด้วย

นอกจากนี้เฟเดริกยังเป็นเจ้าของคำคมมากมายในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็น “ข้าพเจ้าจะเข้าร่วมกับใครก็ตามเพื่อทำสิ่งที่ถูก และไม่เข้าร่วมกับใครเพื่อทำสิ่งที่ผิด” หรือ “การมีทาสนั้นเป็นศัตรูของทั้งตัวทาสเองและเจ้าของทาส” 

แต่คำพูดที่ทรงพลังที่สุดของเขานั้นก็คงจะเป็นคำพูดที่ว่า “สำหรับทาสอเมริกันแล้ว วันที่ 4 กรกฎาคมเป็นวันอะไร” 

 

 

เพราะแม้ว่านี่จะเป็นวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา แต่สำหรับทาสแล้วนี่ก็เป็นวันที่ความเป็นทาสในสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้นเช่นกัน

เรียกได้ว่าเขาเป็นบุคคลที่มีความโดดเด่นและมีความสามารถในการจูงใจสูงมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ จนถึงขั้นที่ว่าในปี 1872 เขาได้เป็นชาวอเมริกัน-แอฟริกันคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเลย

เฟเดริก ดักลาสเสียชีวิตไปในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1895 แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งผลงานและแนวคิดของเขา ก็จะยังคงอยู่กับโลกไปอีกนานแสนนาน

 

 

ที่มา historybiography

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...