เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเข้าใจว่าฟุตบอลโลกนั้นเป็นการแข่งที่สำคัญต่อผู้คนขนาดไหน เพราะเจ้างานแข่งที่จัดขึ้นทุกๆ 4 ปีนี้ จะบอกว่าเดิมพันกันไว้ด้วยทั้งศักดิ์ศรี ชื่อเสียง และเงินรางวัลของแต่ละประเทศเลยก็ไม่ผิดนัก

ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่แฟนๆ ของประเทศแชมป์โลกอย่างฝรั่งเศส จะออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะกันในแทบทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ เพราะต่อให้ไม่ได้สนใจเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลมากนัก แต่การที่ประเทศได้เงินรางวัลมา 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 1,264 ล้านบาท) มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่ดี

 

 

แต่แล้วการเฉลิมฉลองที่น่ายินดีเหล่านี้ สุดท้ายก็กลายเป็นข่าวร้ายไปจนได้ เมื่อมันจบลงด้วยการจลาจล และมีจำนวนแฟนบอลเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย

รายแรกเป็นชายฝรั่งเศสวัย 50 ปีในเมืองอัลไพน์ ผู้ซึ่งกระโดดลงไปในคลอง หลังจากที่ฝรั่งเศสชนะโครเอเชียไป 4-2 ส่งผลให้กระดูกคอหักเสียชีวิต

ส่วนรายที่สอง เป็นชายวัยประมาณ 30 ปีที่เสียการควบคุมรถจนชนเข้ากับต้นไม้ในเซนต์ เฟลิกซ์ เนื่องจากมัวแต่ดีใจกับชัยชนะของประเทศ

 

 

อย่างไรก็ตามสถานที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการจลาจลในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ที่ไหนแต่เป็น Champs Élysées ที่ใจกลางกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศนั่นเอง โดยพื้นที่ในบริเวณนี้ต้องถูกปิดตัวลงอย่างฉุกเฉิน หลังเกิดเหตุกลุ่มแฟนบอลก่อการจลาจล และมีการประทะเข้ากับเจ้าหน้าที่

 

 

เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มแฟนๆ ที่มาชุมนุมเริ่มเกิดความโกลาหล จนลามไปสู่มีการต่อสู้ ทำลายข้าวของ และจลาจล ทำให้หน่วยปราบจลาจล Compagnies Républicaines de Sécurité (CRS) จึงได้ตัดสินใจเข้าควบคุมสถานการณ์

 

 

ทาง CRS เข้าปะทะกับกลุ่มแฟนบอลที่มาชุมนุม ก่อนที่จะมีการยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปในฝูงชน และสลายการชุมนุมได้ในที่สุด

 

 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทางรัฐบาลต้องหามาตรการป้องกันที่รัดกุมมากกว่าเดิม โดยมีการวางกองกำลังตำรวจกว่า 4,000 นายทั่วเมืองหลวง เพื่อป้องกันการจลาจลที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตนั่นเอง

 

 

ที่มา mirrortheguardianexpress

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...