เมื่อไม่กี่วันนี้ สมาชิก Imgur ที่ใช้ชื่อว่า  ilikeduckies และโพสต์เรื่องราวที่ทำให้หลายคนประทับใจและอบอุ่นหัวใจ เมื่อเธอกับแฟนหนุ่มไปเจอสุนัขถูกทิ้งตัวหนึ่ง

ตอนแรก หญิงสาวกับแฟนหนุ่มตั้งใจจะไปตกปลาเล่นกัน แต่แล้วพวกเขาก็เห็นสุนัขตัวหนึ่ง ทั้งๆ ที่ในบริเวณนั้นไม่มีคนอาศัยอยู่เลย ทั้งคู่จึงมั่นใจว่าเจ้าหมาตัวนีี้ต้องถูกใครบางคนทิ้งแน่ๆ

 

 

พวกเขาทำใจไม่ได้ที่จะปล่อยเจ้าหมาไว้แบบนี้เพียงลำพัง ทั้งคู่จึงพยายามจะช่วยมัน แต่การจะเข้าใกล้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

หญิงสาวกับแฟนหนุ่มต้องใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ในการโยนอาหารให้มัน เพื่อให้มันร้สึกไว้วางใจ… แม้เจ้าหมาจะขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น แต่มันก็ยังดูหวาดกลัวอยู่มาก

 

 

เมื่อเจ้าหมาเข้ามาใกล้ในระดับหนึ่ง หญิงสาวจึงนั่งลงตรงหน้ามัน และยื่นมือออกไป แต่เธอพยายามไม่สบตามัน เพราะทุกครั้งที่มองตา เจ้าหมาจะรู้สึกหงุดหงิด

ขณะเดียวกัน เจ้าหมาก็ขยับเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ สลับกับเห่า คือ เห่าแล้วขยับมาใกล้ เห่าแล้วขยับเข้ามาใกล้ขึ้น แต่น่าเสียดาย หญิงสาวดันเป็นตะคริวซะก่อน เธอจึงเปลี่ยนท่านั่ง แต่นั่นทำให้เจ้าหมารู้สึกหวาดกลัวอีกครั้ง

 

 

หญิงสาวจึงตัดสินใจลุกขึ้นและเดินไปที่รถ จากนั้นเธอก็ตบขาตัวเอง และเรียกให้มันมาหา ‘มา’ เธอเรียกหมา ปรากฏว่า เจ้าหมาเดินตาม และตราบใดที่เธอไม่หันหลังมองกลับไป มันก็จะเดินตามมาเรื่อยๆ

ในที่สุด มันก็เดินตามมาถึงรถของหญิงสาว ตอนแรก เธอให้มันขึ้นไปนั่งในช่องเก็บของ แต่มันไม่ยอมขึ้น แฟนหนุ่มของเธอจึงชักชวนให้มันมานั่งข้างหน้า มันก็ไม่ยอมขึ้นอีก

 

 

ดังนั้น หญิงสาวจึงขึ้นไปนั่งบนรถ แล้วชวนให้มันขึ้นมาหาเธอ ปรากฏว่าวิธีนี้ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เจ้าหมาจะดูสับสนเล็กน้อย แต่มันก็กระโดดขึ้นมาในรถ โดยเข้าไปนั่งใต้ขาของหญิงสาว และนั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสตัวมัน

แค่นั้นยังไม่พอ เจ้าหมายังทำให้หญิงสาวเห็นถึงความน่ารักของมัน ทำเอาหญิงสาวใจละลาย และรู้ได้ทันทีว่ามันได้ขโมยหัวใจเธอไปแล้ว เธอจึงตั้งชื่อมันว่า Blueberry หรือ Blue

 

 

เจ้าหมาเลียหน้าหญิงสาว และหมอบตัวอยู่ในรถ หญิงสาวจึงเอาเข็มขัดนิรภัยคาดให้มัน เกรงว่ามันจะตกใจเมื่อรถวิ่ง แต่มันดูไม่ตกใจอะไรเลย

 

 

ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในรถ หญิงสาวลูบหน้ามันเพื่อทำให้มันรู้สึกปลอดภัย แล้วด้วยความแคบของรถ หญิงสาวจำเป็นต้องยกขาขึ้นพาดหน้าต่าง เพื่อให้เจ้าหมาได้นั่งอย่างสบาย

 

 

เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าหมาก็งีบหลับไปอย่างง่ายดาย

 

ตอนแรกหน้าของมันก็อยู่บนตัก แต่ไปๆ มาๆ หน้ามันดันมาซุกตรงเป้าเธอซะงั้น เพราะหญิงสาวเองก็รู้สึกปวดเมื่อยกับการต้องนั่งท่าเดิมเหมือนกัน

 

 

ตอนนี้ หญิงสาวบอกได้ว่ามันน่ารักมากๆ

 

จากนั้น ทั้งคู่ก็พามันไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ เพื่อตรวจว่ามีปัญหาสุขภาพหรือไม่ มีไมโครชิปฟังในตัวมันหรือเปล่า หรือมันเป็นหมาหลงทางหรือไม่

แต่วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ศูนย์ปิด และไม่มีใครอยู่ แฟนหนุ่มของเธอจึงโทรหาศูนย์ควบคุมสัตว์ เพื่อปรึกษาว่าจะทำอย่างไรกับสุนัข

 

 

ตอนที่ชายหนุ่มออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก เจ้าหมาได้ขึ้นมานั่งบนตักของหญิงสาวและมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น

สุดท้าย ทางเจ้าหน้าที่แนะนำว่าให้พาสุนัขไปอยู่ในกรงก่อน ซึ่งเป็นกรงทึบสำหรับให้สุนัขอยู่ชั่วคราว แล้วเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูมันในวันรุ่งขึ้น

 

 

แต่สถานที่ดังกล่าวน่ากลัวมาก อย่างไรก็ตาม หญิงสาวจำใจต้องให้มันไปอยู่ในกรงนั้น ก่อนจะบอกลามัน ทันทีที่เธอปิดประตูกรง เธอได้ยินเสียงมันสะอื้น นั่นเป็นสิ่งที่บีบหัวใจเธอมาก

ทั้งคู่เดินจากเจ้าหมาในเวลาประมาณตี 4 และหญิงสาวก็ร้องไห้จน 7-8 โมงเช้า

 

 

วันรุ่งขึ้น ทางศูนย์พักพิงสัตว์ได้โทรเรียกหญิงสาว อาสาสมัครบอกว่าเจ้าหมาน่าจะอายุประมาณ 2 ปี มันไม่มีไมโครชิป ดังนั้น พวกเขาจึงให้มันอยู่ในศูนย์เป็นเวลา 5 วัน เพื่อดูว่าจะมีใครติดต่อแสดงตัวเป็นเจ้าของหรือเปล่า

ตอนนั้น หญิงสาวคิดไว้แล้ว ถ้ามันไม่มีเจ้าของ เธอจะรับเลี้ยงมันทันที และนั่นนำไปสู่การต่อสู้ของเธอในปัจจุบันนี้…

 

 

ตอนแรกแฟนหนุ่มเตือนเธอว่าอย่ารับมันมาเลี้ยง ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักหมา แต่สภาพความเป็นอยู่ตอนนี้ไม่เหมาะที่จะเลี้ยงหมา พวกเขาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ทำงานที่ต้องเดินทางบ่อย และบางครั้งเดินทางพร้อมกันด้วย ที่สำคัญ พวกเขามีเงินไม่พอสำหรับอีก 1 ชีวิต

 

 

หญิงสาวไม่ยอมแพ้ เธอพยายามอ้อนวอนให้ยอมใจอ่อนให้ได้ เพราะตั้งแต่เด็กจนอายุ 28 ปี เธออยากเลี้ยงหมาแต่ไม่เคยได้เลี้ยงเลย และครั้งนี้โอกาสก็มาถึงแล้ว เธอจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

หลังจากต่อสู้มานาน ในที่สุด หญิงสาวก็ได้รับ Blue มาอยู่ด้วยสมใจ

 

 

เธอบอกว่ามันเป็นหมาที่เพอร์เฟ็กต์ มันน่ารัก แต่มันตื่นเต้นมาที่ได้มาอยู่กับเธอ และแน่นอนว่าเธอทำให้แฟนหนุ่มยอมจนได้ แม้เขาจะบอกว่าไม่ค่อยเห็นด้วยก็เถอะ

ตอนนี้ทุกอย่างกำลังผ่านไปด้วยดี คู่รักพยายามทำความรู้จักเจ้าหมามากขึ้น ในขณะที่ Blue เองก็พยายามปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ

 

 

ที่มา boredpanda

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...