เราคงคิดถึงหลายสิ่งที่เราอาจทำหล่นหายไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ อยากจะได้มันกลับมาอยู่ในอ้อมอกของเรา เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ความหวังในเรื่องนั้นก็จะยิ่งลดลง แต่ไม่แน่ว่าเพื่อนๆ อาจจะโชคดีเหมือนอย่างเธอคนนี้ก็เป็นได้

เธอไม่ได้เป็นคนค้นพบสิ่งที่หายไปด้วยตัวเอง แต่นี่เป็นการค้นพบของเด็กชั้นประถมในประเทศไต้หวัน ช่วงต้นปี 2018 ที่ผ่านมา ขณะที่ทางโรงเรียนกำลังพาเด็กๆ ไปเก็บกวาดขยะอยู่ตามริมชายหาด แล้วเด็กชายวัย 11 ขวบคนหนึ่งก็ได้เจอกับหินรูปร่างประหลาด

 

ก้อนหินหน้าตาประหลาด

 

เมื่อสังเกตดีๆ ให้ชัดๆ ถึงได้รู้ว่ามันคือกล้องถ่ายรูปที่สวมเคสกันน้ำอยู่ แต่ถูกเพรียงเกาะอยู่เต็มไปหมดเท่านั้นเอง เมื่อคุณครู Park Lee เห็นอย่างนั้น จึงเรียกรวมเด็กๆ ให้มาดูการค้นพบอันน่าแปลกประหลาดในครั้งนี้กัน

ดูจากสภาพแล้ว มันคงจะทนใช้ชีวิตอยู่ใต้ทะเลมาอย่างยาวนาน แต่เด็กๆ ก็ช่วยกันเคาะเอาสิ่งมีชีวิตที่ติดอยู่ออกจนพบเข้ากับปุ่มถอดเคสออก เมื่อถอดออกมาเด็กๆ และคุณครูก็พบว่าตัวกล้องนั้นไม่ได้โดนน้ำเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นคือมันยังมีแบตหลงเหลือสามารถเปิดขึ้นมาใช้งานได้ตามปกติอีกด้วย

 

กล้องยังคงอยู่ในสภาพที่ยอดเยี่ยม

 

แถมยังมีแบตใช้งานได้ตามปกติ

 

อาจารย์ Park เล่าว่า ในตอนแรกเด็กทุกคนยังคงถกเถียงกันว่าควรจะเก็บเอาไว้ หรือว่าพยายามตามหาเจ้าของดี ก่อนที่สรุปแล้วทุกคนเลือกที่จะตามหาเจ้าของกล้องตัวนี้

พวกเขาจึงเปิดรูปที่มีอยู่ในกล้องซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ทว่ากลับมีเพียงภาพเดียวที่พอจะบอกได้ว่าเจ้าของเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ คือพวกเขาพบว่าเจ้าของนั้นน่าจะต้องเป็นคนญี่ปุ่นอย่างแน่นอน ดูจากหลายๆ สถานที่ที่เห็นในภาพแล้ว

 

 

ลูกศิษย์และคุณครูเลยนำการค้นพบในครั้งนี้โพสต์เป็นข้อความตามหาเจ้าของทั้งภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น แปะเอาไว้ในโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำให้มีคนแชร์ออกไปมากกว่า 10,000 ครั้งในชั่วข้ามคืน

เพียงแค่วันเดียว เจ้าของก็ปรากฏตัว เธอคนนั้นมีชื่อว่า Serina Tsukibahara นักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น

เธอเล่าว่าในเดือนกันยายนปี 2015 ตัวเองและเพื่อนๆ ได้ไปเที่ยววันหยุดกันที่เกาะ Ishigaki จังหวัด Okinawa ซึ่งอยู่ห่างจากประเทศไต้หวันประมาณ 250 กิโลเมตร

 

ภาพที่อยู่ในกล้อง

 

Serina บอกว่า “ตอนนั้นฉันออกไปดำน้ำและทำกล้องหล่นหายไป ในตอนที่เพื่อนของฉันคนหนึ่งขาดอากาศหายใจและต้องการความช่วยเหลือ”

นั่นหมายความว่าเจ้ากล้องตัวนี้จมอยู่ใต้ท้องทะเลมานานกว่า 2 ปี เดินทางกว่า 250 กิโลเมตร จนกระทั่งมาพัดเข้าชายหาดไต้หวันในที่สุด

 

หลายๆ ภาพถูกถ่ายไว้ตอนที่หญิงสาวไปเที่ยวที่เกาะนี้ ในปี 2015

 

Serina พูดถึงความรู้สึกในตอนที่ได้เจอกล้องอีกครั้งว่า “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ฉันตกใจมากเมื่อเพื่อนฉันบอกถึงเรื่องการค้นพบในครั้งนี้ พร้อมส่งโพสต์และรูปของการตามหาเจ้าของมาให้ฉันดู”

“ฉันโชคดีเหลือเกินและมีความสุขมากที่ได้รับโอกาสอันสุดวิเศษนี้ โดยการได้มีความรู้สึกดีๆ กับทุกคนที่ให้การช่วยเหลือ ภาพทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ในกล้องนั้นมันทำให้ฉันย้อนคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ราวกับเป็นการย้อนวันวาน” เธอบอก

ปัจจุบัน Serina วางแผนที่จะเดินทางไปยังไต้หวันในเดือนมิถุนายนปี 2018 ถึงจะถึงนี้ เพื่อกลับไปรับกล้องที่หายไปอย่างยาวนาน พร้อมกับตำนานแห่งความทรงจำของเธอ

 

เป็นการเดินทางที่น่าจดจำเสียจริง

 

ความอัศจรรย์ใจสามารถเกิดขึ้นได้กับเราทุกคน แม้มันอาจเป็นเพียงแค่ความบังเอิญ แต่ความรู้สึกดีๆ ที่ถาโถมเข้ามานั้นอาจทำให้เรารู้สึกดีไปได้อีกนานเลยทีเดียว

 

ที่มา: bbc , China Xinhua News

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...