ในช่วงเข้าสู่เดือนมีนาคมนี้ ล่าสุดทาง Catdumb ได้รายงานถึงปัญหาสภาพอากาศในพื้นที่บริเวณเชียงใหม่ ที่ติดอันดับหัวเมืองหลักค่ามลพิษสูงที่สุดในโลก (ข่าวเก่า)

จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ aqicn ในวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2561 เวลา 10.00 น. เชียงใหม่ยังคงระดับ PM2.5 อยู่ที่ 182 โดยภายในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีค่าอยู่ในระดับ 76-86 ลดลงจากช่วงวิกฤต PM2.5 ไปแล้ว

 

 

ซึ่งปัญหาดังกล่าวที่กำลังเกิดขึ้นกับเชียงใหม่และจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือนั้น มีสาเหตุมาจากการทำการเกษตรบริเวณป่าบนภูเขา รวมทั้งการเตรียมพื้นที่เพื่อทำการเกษตรของชาวบ้านอีกด้วย

#เหมียวเลเซอร์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณนิตยา หนึ่งในผู้ที่โพสต์ข้อความระบุถึง ปัญหาหมอกควันที่กำลังเกิดขึ้นในบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ด้วยใจความดังต่อไปนี้…

 

 

คุณนิตยา กล่าวไว้บนเฟซบุ๊กว่า…

“วันนี้อ่านแต่คนโพสต์บ่นเรื่องหมอกควันกันเยอะมาก ขอโพสต์บ้างนะคะ ปัญหาไฟป่าและหมอกควันจะแก้ไขได้ ต้องเริ่มต้นที่ประชาชนชาวลำปางทุกคนต้องช่วยกัน

ทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันบอกต่อๆ กันออกไปว่าอย่าจุดไฟเผา ช่วยกันกระตุ้นสังคมและชุมชน ให้เสียงมันดังเท่าเรื่องล๊อตเตอรี่ 30 ล้าน ให้ดังเท่าเรื่องเปรมชัย ให้ดังเท่าเรื่องพี่ตูนวิ่งคนละก้าว ช่วยกันประณามคนจุดไฟเผา…

เจ้าหน้าที่และจิตอาสา ดับไฟป่าทำงานกันทั้งวันทั้งคืน ปีนดอยชันดับไฟป่า เลือดตกยางออกกันทุกคน ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ไม่มีใครนิ่งนอนใจ ท่าน ผวจ. ท่านก็ลงพื้นที่ที่มีปัญหาแทบทุกพื้นที่ เพียงแค่ท่านไม่ได้มีนักข่าวตามไปทำข่าวเท่านั้น…

 

 

ขอย้ำนะคะ ปัญหาไฟป่าและหมอกควันจะแก้ไขได้ถ้าทุกคนช่วยกันลงมือทำค่ะ ลองดูนะคะ เราได้ทำมากที่สุดที่ทำได้แล้วรึยัง หรือทำแค่บ่นเรื่องหมอกควัน อย่ารอให้คนอื่นมาแก้ปัญหา ลองลงมือทำให้้มากที่สุดก่อนนะคะ….

หมายเหตุ.. สามีดิฉันไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่ NGO เราไม่เคยรับเงินงบประมาณหรือเงินบริจาคเข้ากระเป๋าเลย แม้แต่บาทเดียว มีแต่ใช้เงินส่วนตัวเพื่อทำงานนี้ แต่เค้าเลือกที่จะทำในสิ่งที่เค้าทำได้โดยไม่เคยบ่นว่าใครเลย”

 

 

จากปัญหาที่เกิดขึ้น คุณนิตยาเปิดเผยกับ #เหมียวเลเซอร์ ว่าไฟป่าที่เกิดขึ้นทุกๆ วันนั้น มาจากฝีมือของชาวบ้าน ทั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร การจุดไฟหาของป่า การจุดไฟเผาขยะ และการจุดไฟเผาเพื่อจุดประสงค์อื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้จากการจุดไฟเผานั้น ไม่ได้มีการควบคุมแนวกันไฟ จึงทำให้เกิดการลุกลามไปทั่วบริเวณ บนภูเขาและดอยที่สูงชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน การจะเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุไฟในป่า เป็นสิ่งที่ยากลำบากมากๆ

เพราะว่าการจะเข้าไปถึงพื้นที่ได้ บางครั้งไม่ได้เข้าไปตามทางเดินป่าเดิมที่เคยมีคนเข้าไปแล้ว และจะต้องเดินขึ้นลงบนทางสูงชันหลายรอบ กว่าจะทำการดับไฟในป่าที่เกิดขึ้นได้สนิท โดยจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 วัน

 

คุณปีเตอร์ในระหว่างเข้าร่วมดับไฟป่า

 

เธอให้สัมภาษณ์ว่า เธอและสามีชาวต่างชาติ ‘คุณปีเตอร์’ ได้เข้าร่วมทำการดับไฟป่าในจังหวัดลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมานานหลายปีแล้ว

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการดับไฟแต่ละครั้ง เธอก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานใดๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรอิสระ เป็นการลงทุนและลงแรงด้วยงบประมาณส่วนตัวทั้งหมด

 

คุณปีเตอร์ในระหว่างเข้าร่วมดับไฟป่า

 

อีกทั้งการที่คุณปีเตอร์ได้เข้ามาช่วยดับไฟอยู่ตลอดนั้น เป็นเพราะว่าเขามีความสนใจทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เริ่มต้นจากการช่วยดับไฟป่าที่ปลายเหตุ จากนั้นจึงเริ่มทำแนวกันไฟเพื่อจะได้ช่วยดูแลพื้นที่ป่าได้ทั้งปี

นอกจากนี้คุณนิตยาและคุณปีเตอร์ ได้ทำการเปิดสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ ในพื้นที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้ทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนอีกด้วย

 

 

สุดท้ายนี้คุณนิตยาได้ฝากให้ทุกท่าน ช่วยกันดูแลและปกป้องผืนป่า อย่าปล่อยให้ใครก็ตามเข้ามาทำการเผาพื้นที่ป่า…

ถ้าหากเห็นไฟป่าเกิดขึ้น ให้ช่วยกันรีบโทรแจ้งสายด่วน สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า 1362 เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามไปมากกว่านี้ และจะช่วยลดมลพิษที่กำลังเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน

 

ที่มา : Nittaya Charee

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...