คำว่า ‘ผู้ลี้ภัย’ อาจกลายเป็นคำดูถูกสำหรับใครหลายๆ คน ว่าพวกเขาไม่สามารถเป็นที่โด่งดัง หรือประสบความสำเร็จได้ แต่คำดูถูกนี้ ได้ถูกลบไปแล้วจากหญิงสาวคนนี้

ฟาตีม กาชี สาวงามอายุ 22 ปี ผู้คว้าตำแหน่ง มิสแมนเชสเตอร์ แต่เบื้องหลังความสำเร็จของเธอมีอะไรมากกว่าที่หลายๆ คนคาดคิด

 

 

ในตอนที่ฟาตีม อายุได้เพียงแค่ 2 ขวบ ครอบครัวของเธอต้องอพยพหนีจากสงครามคอซอวอ เข้ามาในเริ่มต้นชีวิตใหม่ในนครแมนเชสเตอร์

ครอบครัวของสาวน้อยผู้ลี้ภัยสงคราม ต้องพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อความอยู่รอด แม่ของเธอบริษัทค้าปลีกออนไลน์ ส่วนพ่อของเธอเป็นครูสอนขับรถ

ฟามตีมเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ที่มหาวิทยาลัย Sakfold และมีผลการเรียนดีมาก

นั่นทำให้เธอได้ไปเป็นติวเตอร์สอนวิชาคณิตศาสตร์ และรับงานนางแบบพาร์ตไทม์

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาล และรับจ้างช่วยงานที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ซิตี้ เมื่อมีการแข่งขัน

(แต่จริงๆ แล้วเธอยอมรับว่าเป็นแฟนอาร์เซนอล)

ขณะนั้น เธอได้รับการทาบทามผ่านทางอินสตาแกรม ให้ไปลองเข้าร่วมประกวดนางงาม ซึ่งในตอนแรกเธอไม่สนใจข้อเสนอนี้เลย

เนื่องจากเธอวางแผนไว้ว่าหลังเรียนจบจะเข้ารับการศึกษาต่อ เพื่อเป็นแพทย์ที่คลีนิกโรคผิวหนัง แต่เธอได้รับแรงสนับสนุนจากคนรอบข้างมากมายว่าให้เธอลองไปทำดู

 

 

ท้ายที่สุด เธอจึงตัดสินใจเข้าร่วมประกวด แม้ว่าเธอจะไม่มีความมั่นใจในการเดินแบบของเธอเลย แต่เธอก็ยิ้มตลอดการประกวดของคืนนั้น จนสุดท้ายเธอก็คว้ามงกุฎมาครอบครอง

“ฉันน้ำตาไหลทันทีเมื่อพวกเขาประกาศชื่อฉัน พ่อของฉันก็น้ำตาไหลเช่นกันด้วยความปลาบปลื้ม สิ่งนี้จึงมีความหมายกับเขามาก ฉันรู้ว่าเขาภูมิใจมากแค่ไหน” ฟาตีมกล่าว

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น เธอได้เล่าเรื่องน่าทึ่งสำหรับเธอว่า การประกวดจะเริ่มขึ้นในวันศุกร์ และการสอบไฟนอลของเธอจะเริ่มขึ้นในวันจันทร์

แต่สุดท้ายเธอทำได้ดีทั้งสองอย่าง เพราะเธอสามารถคว้าตำแหน่งมิสแมนเชสเตอร์ 2018 มาได้ พร้อมทั้งคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 หลังจากจบการศึกษาอีกด้วย

 

 

ฟาตีมเชื่อว่าภายหลังจากที่เธอได้รับตำแหน่งนี้ มันจะสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติผู้คนที่มีต่อเหล่าผู้อพยพได้

เธอกล่าวในตอนท้ายว่า “ผู้คนใช้คำว่า ‘ผู้ลี้ภัย’ เพื่อดูถูก แต่ในทางตรงกันข้าม การเป็นผู้ลี้ภัย คุณจะมีความเข้มแข็งและสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ”

 

ที่มา: dailymail, thesun, fatsks

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...