พ่อแม่คือคนที่จะคอยสั่งสอน ชี้นำทางให้ลูกเดินไปในทิศทางที่ดี เพราะฉะนั้นหากลูกทำความผิดก็อาจจะต้องลงโทษกันบ้างเป็นเรื่องปกติ

และสิ่งนั้นก็ได้เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ เมื่อลูกชายขโมยเงินของครอบครัวไป 7,000 หยวน (ราวๆ 34,000 บาท) แล้วถูกจับได้ เขาจึงโดนผู้เป็นพ่อลงโทษด้วยการใช้ท่อนไม้ไผ่ตีไปมากกว่า 100 ครั้ง

 

.

 

จากการรายงานของสำนักข่าว Sina News ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2018 บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเขต Taixing มณฑลเจียงซู ประเทศจีน

ลูกชายขโมยเงินของครอบครัวและนำมันไปใช้เที่ยวเล่นกับเพื่อนจนหมดภายใน 8 วัน

สุดท้ายคนในครอบครัวจับได้ พ่อของเขาจึงใช้ท่อนไม้ไผ่ยาวประมาณท่อนแขน ตีใส่หลังและก้นไปหลายต่อหลายครั้ง โดยผู้ชมคลิปบอกว่ามันมากกว่า 100 ครั้งเลยทีเดียว

 

 

ขณะที่ตีใส่ลูกชาย ผู้เป็นพ่อก็จะคอยสั่งสอนและต่อว่าในสิ่งที่ลูกชายได้ทำลงไป มีประโยคหนึ่งที่เขาพูดว่า “นั่นไม่ใช่เงินที่หามาได้ง่ายๆ มันไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้า มันเป็นอะไรที่หามาด้วยความยากลำบาก”

ส่วนคนเป็นลูกก็ทำได้เพียงร้องไห้ อ้อนวอนขอให้พ่อหยุดตีเขา

 

.

 

จนกระทั่งคุณยายได้เข้ามาห้าม ดึงเอาไม้ไผ่ออกจากมือพ่อ หลังจากนั้นพ่อก็เดินหันหลังไปร้องไห้กับกำแพง สร้างความสะเทือนอารมณ์ให้กับผู้ชมคลิปทุกคน

 

.

 

ผู้เป็นแม่ได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ แล้วนำมันโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย โดยเธอบอกว่าต้องการให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนแก่ลูกๆ ทุกคน

 

คลิปสิ่งที่เกิดขึ้น ฉบับย่อ (ตัวเต็มโดนลบไปแล้ว)

 

หลายๆ คนเข้ามาแสดงความคิดเห็น มองว่านี่เป็นการใช้ความรุนแรงที่มากจนเกินไป

“สิ่งนี้คือตัวอย่างของการใช้ความรุนแรงภายในครอบครัว”

“แล้วลูกชายจะออกไปเจอหน้าครู หน้าเพื่อนเขาอย่างไรหลังจากนี้? เขาไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ แล้วนะ”

“มีใครคิดว่าคลิปนี้ควรโดนลบมั้ย? เด็กจะมองว่ายังไงในอนาคต กับสิ่งที่ผู้ใหญ่ได้ทำลงไป”

 

.

 

แต่ก็ยังมีอีกหลายคอมเมนต์ที่เข้ามาบอกว่า เข้าใจความรู้สึกและการกระทำของคนเป็นพ่อ

“แม้พ่อจะตีลูกไปมากขนาดนั้น แต่ฉันก็ดูออกว่าเขาไม่ได้ตีแรงเลย เขารู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“คนเป็นพ่อกำลังรอให้ใครสักคนเข้ามาห้าม หลังจากหยุดแล้ว เขาจึงร้องไห้ออกมา ไม่ใช่เพียงแค่เพราะเรื่องเงินจำนวน 7,000 หยวน แต่เขาร้องออกมาหลังจากที่รับรู้ว่าตัวเองเพิ่งตีลูกไป ผมเองก็เป็นพ่อ เข้าใจความรู้สึกของเขาจริงๆ”

“ทั้งครอบครัวต่างพากันร้องไห้ คนเป็นลูกได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่จริงๆ แต่ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนเป็นแม่ต้องเอาคลิปนี้มาแชร์ให้ทุกคนได้เห็นด้วย”

 

ที่มา: news.sina , nextshark , dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...