หนุ่มสุดทน ฟ้องเรียกเงินที่ทำงานเก่า 40 ล้านบาท หลังถูกอดีตหัวหน้าบูลลี่ด้วยการ ‘ตด’ ใส่

คนเรามักจะถูกสอนมาไม่ให้ “ตด” ในที่สาธารณะ เพราะนอกจากมันเป็นการกระทำที่สร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้กับผู้อื่นแล้ว มันยังอาจจะกลายเป็นต้นเหตุของเรื่องราวใหญ่โตเช่นเดียวกันกับเหตุการณ์นี้ก็เป็นได้…

วิศวกรชาวออสเตรเลียคนหนึ่งได้ทำการฟ้องเรียกเงินจากบริษัทที่เขาเคยทำงานด้วย เป็นจำนวนเงิน 1.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 40 ล้านบาท)

โดยเขาให้เหตุผลว่าถูกอดีตหัวหน้างานกลั่นแกล้งด้วยการ ‘ตดในขณะที่เขาอยู่ด้วย’

 

ภาพประกอบบทความ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

ในปี 2017 David Hingst วิศวกรวัย 56 ปี ได้ทำการฟ้องบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เขาเคยทำงานด้วย โดยอ้างว่า Greg Short อดีตเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าของเขาทำการบูลลี่เขาหลายครั้งด้วยการผายลมออกมา

เขาบอกกับผู้พิพากษา Rita Zammit ว่า Short มักจะมาที่ออฟฟิศของเขาที่เป็นห้องเล็กๆ และไม่มีหน้าต่าง จากนั้นก็ผายลมหลายครั้งต่อวัน ซึ่งทำให้เขาเกิดความเครียดทางจิตอย่างรุนแรง

นอกจากนี้เขายังเผยอีกว่าอดีตหัวหน้าเคยตบตูดตัวเองเพื่อยั่วยวนเขาในขณะที่กำลังทำงานอยู่ด้วย

 

ภาพประกอบบทความ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

แต่เมื่อฟังความจากทั้งสองฝั่งเสร็จสิ้น ผู้พิพากษาได้ตัดสินว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ‘ไม่นับว่าเป็นการบูลลี่’ แต่เป็นการ ‘แกล้งเล่นกันขำๆ’ และได้ยกเลิกคำฟ้องนั้นไป

หลังศาลตัดสินออกมาก็ทำให้ Hingst ทำการยื่นอุทธรณ์ต่อ เพราะเขาคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้พิพากษา

Hingst กล่าวกับสำนักข่าวท้องถิ่น AAP ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์คดีว่า “เขาเข้ามาในห้องที่เล็กและไม่มีหน้าต่าง และก็ตดข้างหลังผมก่อนจะเดินออกไป เขาทำอย่างนี้อยู่ 5-6 ครั้งต่อวัน!”

เขาเสริมอีกว่าอดีตหัวหน้ายังทำการล่วงละเมิดเขาด้วยวาจา ทั้งการวิจารณ์ศักยภาพในการทำงาน และด่าเขาว่าเป็น ‘ไอ้โง่’ ระหว่างการคุยโทรศัพท์กัน

 

ภาพประกอบบทความ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

ทางด้าน Short ก็ได้ขึ้นกล่าวในการไต่สวนคดีครั้งแรก โดยยอมรับว่าเขาทำจริงๆ แต่แค่ครั้งสองครั้งและอ้างว่าไม่มีความตั้งใจที่จะทำให้ Hingst เครียด

แต่ทั้งนี้ โอกาสที่ Hingst จะอุทธรณ์คดีผ่านนั้นมีน้อยมาก เพราะผู้พิพากษาได้ปักใจว่าการตดไม่นับว่าเป็นการบูลลี่และคิดว่าที่ Hingst ทำการฟ้องบริษัทนั้นเป็นเพราะเขาถูกไล่ออกจากที่ทำงานมากกว่าการโดนรบกวนจากตด

ส่วนผลการตัดสินของการยื่นอุทธรณ์ มีรายงานว่าจะถูกประกาศออกมาในวันที่ 29 มีนาคม 2019 แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีสำนักข่าวรายงานออกมาว่าผลการอุทธรณ์เป็นอย่างไร

แต่ก็หวังว่าผลที่ออกมาจะมอบความเป็นธรรมให้กับทั้งสองฝ่ายในท้ายที่สุด

 

ที่มา: AAP, odditycentral, BBC, theaustralianusatoday

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....