กลายเป็นข่าวเด่นข่าวดังของเมื่อคืนที่ผ่านมาเลยทีเดียวกับกรณีของนักแสดงที่ชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในเอเชียอย่าง ฟ่าน ปิงปิง ถูกจับกุมในข้อหา ‘หนีภาษี’

หลังจากที่เงียบหายไปนานถึง 3 เดือน เพราะถูกกล่าวหาว่าหนีภาษีจากการใช้วิธีที่เรียกว่า ‘สัญญาหยิน-หยาง’ เป็นระบบการทำสัญญาที่นักแสดงชาวจีนใช้กันเพื่อหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี

 

 

ยกตัวอย่างเช่น ในงาน 1 งาน นักแสดงจะทำการเซ็นสัญญาไว้ 2 ฉบับ ฉบับหนึ่งจะเปิดเผยตัวเลขรายได้ให้เห็นอย่างชัดเจนสมมุติว่าเป็น 1 ล้านบาท (เป็นจำนวนเงินที่ถูกหักภาษีไปแล้ว)

ส่วนอีกฉบับหนึ่งจะเป็นรายได้อีกจำนวนหนึ่งซึ่งจะไม่นำมาเปิดเผย และในฉบับหลังนี้จะมีจำนวนเงินที่เยอะกว่าฉบับแรกมาก สมมุติว่าเป็น 7 ล้านบาท สรุปแล้วจริงๆ รายได้ของนักแสดงจะอยู่ที่ 8 ล้านบาท ไม่ใช่ 1 ล้านบาทอย่างที่เข้าใจกัน

และจากการรายงานของเว็บไซต์ Securities Daily ของประเทศไต้หวัน ได้ระบุว่ามีการค้นพบว่าฟ่าน ปิงปิง ได้ทำการหนีภาษีโดยใช้สัญญาหยินหยางนี้ จากการเซ็นสัญญารับงานแสดงในหนังเรื่อง Cell Phone 2

 

 

โดยที่สัญญาแรกมีมูลค่าอยู่ที่ 2 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ (65 ล้านบาท) ส่วนสัญญาที่สองมีมูลค่าถึง 10 ล้านเหรียญฯ (330 ล้านบาท)!! สรุปคือจากหนังเรื่องนี้เธอจะได้รับรายได้ทั้งหมด 12 ล้านเหรียญฯ แต่ส่วนที่จะถูกหักภาษีนั้นมีแค่ส่วนของ 2 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น!?

แน่นอนว่าฟ่าน ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และรวบรวมทนายความเพื่อต่อสู้คดี จากความเคลื่อนไหวล่าสุด เธอได้ทำการโพสต์ในแอคเคาทน์ Weibo เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา แล้วก็เงียบหายไป

 

 

อย่างไรก็ตามจากรายงานของเว็บไซต์ ETtoday ได้ระบุว่า ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน ฟ่านได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวเข้าห้องขัง จากนั้นก็ถูกปล่อยตัวออกมาในอีก 2 วันให้หลัง

ก่อนที่จะถูกจับกุมอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และตอนนี้เธอก็กำลังใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

 

 

แต่อย่างไรก็ตามทางด้านผู้จัดการส่วนตัวของฟ่าน ปิงปิง ก็ออกมาแก้ข่าวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าดาราสาวในความดูแลของตัวเองนั้นไม่ได้ถูกจับกุมแต่อย่างใด

 

 

แต่ที่แน่ๆ คือ หลังจากที่เธอมีข่าวว่าพัวพันกับคดีหนีภาษี งานของฟ่าน ปิงปิง ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง ทั้งถูกถอดจากสัญญาโฆษณากับแบรนด์ดัง อย่าง หลุยส์ วิตตอง, อดิดาส และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงถูกตัดออกจากฉากในหนัง จนต้องเสียค่าปรับเป็นหลักพันล้าน

 

 

แบบนี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ต้องรอให้เว็บไซต์ทางการของจีน หรือตัวฟ่าน ปิงปิง ออกมาชี้แจงแถลงไขแล้วล่ะจ้า…

 

ที่มา : taiwannews, variety

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...