เมื่อ 2 ปีก่อน Laurie Webster และครอบครัวจากรัฐอิลลินอย ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ระหว่างการพักผ่อนในวันหยุดบนชายหาดในเมือง Cancun ประเทศเม็กซิโก

ในคืนแรกของการไปเที่ยวไป ขณะที่ครอบครัวออกจากรีสอร์ตเพื่อไปทานมื้อค่ำ แต่แล้วก็มีบางอย่างสะดุดตาเข้า และมันทำให้รู้สึกแย่มากๆ

สิ่งนั้นคือ สุนัขผู้น่าสงสารกำลังยืนอยู่ทางเท้าเพียงลำพัง เห็นได้ชัดว่ามันกำลังอยู่ในสภาพที่ทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก

 

 

Webster บอกว่า “มันขดตัวเป็นวงกลม มีขนบางจุดขาดหายไป มันนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขณะที่ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาโดยไม่สนใจมันเลย”

นั่นคือโมเมนต์ที่ลำดับความสำคัญของการมาเที่ยวพักผ่อนของครอบครัวเปลี่ยนไป… “ลูกสาวของฉันมองมาที่ฉันแล้วพูดว่าเราต้องทำบางอย่างแล้วล่ะแม่” Webster กล่าว

 

 

ปกติแล้วครอบครัว Webster ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสัตว์และอุปถัมภ์สัตว์ตกทุกข์ได้ยากมากมายในสหรัฐอเมริกา แต่ในกรณีที่อยู่ต่างประเทศแบบนี้ พวกเขาไม่รู้ว่าต้องขอความช่วยเหลือจากใคร แต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาหยุดพยายาม…

ลูกสาวของ Webster ได้พาสุนัขตัวนั้นไปยังศูนย์พักพิงที่อยู่ใกล้ๆ และด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ในนั้น พวกเขาเริ่มโทรหาหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

 

Webster บอกว่า “เราพยายามโทรหาหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่วันนั้นเป็นกลางดึกของคืนวันอาทิตย์ และศูนย์ช่วยเหลือก็อยู่ไกลมาก”

“เมื่อเป็นเช่นนั้น เราเลยโทรหาสัตวแพทย์ โชคดีที่มีคลินิกแห่งหนึ่งเปิด 24 ชั่วโมง เราจึงนั่งแท็กซี่พาเจ้าหมาไปยังที่นั่นทันที”

 

 

ที่นั่นเป็นสำนักงานสัตวแพทย์ที่ดำเนินการโดยคุณหมอ Antonio Ortuño… เมื่อมาถึง มันไม่ได้เป็นไปตามที่ Webster คาดหวังสักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นอพาร์ทเมนต์ที่คุณหมออาศัยอยู่กับครอบครัว แทนที่จะเป็นลักษณะเหมือนคลินิกสัตว์ทั่วไป

นอกจากนี้สิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่มี เครื่องมือก็ไม่ครบ แต่ยังดีที่คุณหมอมีความทุ่มเทที่จะรักษาสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ

 

 

Ortuño บอกว่าสุนัขผู้น่าสงสารตัวนี้เป็นโรคเห็บและมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ แต่เขาอาสาที่จะรักษาสุนัขจนปลอดภัย อย่างไรก็ตาม Webster ได้พยายามหาทางอื่นในการรักษาเจ้าหมาตัวนี้

เช้าวันรุ่งขึ้น ครอบครัวได้เริ่มหาข้อมูลที่จะพาเจ้าหมากลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ดูเหมือนว่าจะมีทางเลือกไม่มากนัก เพราะสุนัขมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้นการจะบินข้ามประเทศนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

 

ดังนั้นครอบครัวจึงจำเป็นต้องให้คุณหมอ Ortuño พาสุนัขกลับไปดูแลที่บ้านของเขา โดยจ่ายค่ารักษาให้ จนกว่ามันอาการของมันจะดีพอที่จะเดินทางข้ามประเทศได้

Webster บอกว่า “วันหยุดทั้งหมดของเรากลายเป็นวันที่เราทุ่มเทให้การช่วยเหลือสุนัขตัวหนึ่ง และทำให้สุขภาพของมันดีขึ้น”

 

 

จนกระทั่งถึงเวลาที่ครอบครัวต้องเดินทางกลับบ้าน ในขณะที่สุนัขที่ตอนนี้มีชื่อว่า Rosie ยังคงอยู่กับคุณหมอ Ortuño

Webster ไม่สามารถลบ Rosie ออกจากความคิดได้เลย ดังนั้นเธอจึงติดต่อกับ Ortuño เพื่อถามอาการของมันอยู่เสมอ คุณหมอเองก็พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อทำให้สุขภาพของมันดีขึ้น

 

 

หลายสัปดาห์ต่อมา สุขภาพของ Rosie ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ และเปลี่ยนไปราวกับเป็นสุนัขตัวใหม่ นั่นหมายความว่าถึงเวลาแล้วที่เจ้าหมาจะมีบ้านที่อบอุ่นสักที

Webster จึงวางแผนช่วยหาบ้านให้เจ้าหมาพร้อมกับคนในดีสักคนในสหรัฐอเมริกาที่พร้อมจะรับเลี้ยงมัน แต่แล้วเธอก็ได้เรียนรู้ว่า Rosie อยู่กับ Ortuño มานาน จนมันพัฒนาความสัมพันธ์มากกว่าคนไข้แล้ว

 

 

คุณหมอบอกว่าเขาและครอบครัวมีความผูกพันกับ Rosie เหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะเลี้ยงเจ้าหมาไว้แทนที่จะให้คนอื่นรับเลี้ยง

มันคือความตั้งใจของ Webster ตั้งแต่แรกว่าอยากให้ Rosie มีบ้านที่อบอุ่น มีครอบครัวที่รัก และตอนนี้มันก็ได้ทุกอย่างแล้ว

 

 

2 ปีต่อมา ครอบครัว Webster ได้ไปเที่ยวที่เมือง Cancun อีกครั้ง แต่เป็นสถานที่อื่น และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ลืมที่จะแวะไปทักทาย Rosie ด้วย

แม้จะไปผ่านไปถึง 2 ปี สภาพร่างกายของเจ้าหมาเปลี่ยนไปมาก แต่เมื่อมันเห็นครอบครัว Webster เดินเข้ามา ดูเหมือนมันจะจำได้ เพราะมันวิ่งและกระโดดเข้าหาพวกเขาทันทีที่เจอ

 

 

การที่ Rosie มาไกลขนาดนี้ ต้องขอบคุณ Webster และครอบครัวและหยุดช่วยเหลือมันในวันนั้น ตอนนี้พวกเขากลายเป็นเพื่อนกัน และเจ้าเหมาเองก็พร้อมที่จะส่งมอบความรักคืนให้กับครอบครัวที่น่ารักนี้เหมือนกัน

 

ที่มา thedodo

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...