คำเตือน: บทความนี้อาจมีภาพที่ค่อนข้างจะโหดร้ายสักนิด โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

 

ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ของเถื่อน’ แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วมันมักจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะด้วยถ้าหากเรื่องเถื่อนๆ นี้มาเกี่ยวกับสุขภาพของเรา อย่างเช่นการใช้บริการคลินิกเถื่อน หรือการทำ ‘ทันตกรรมเถื่อน’

หลายคนอาจจะเห็นว่าในบ้านเรายังมีข่าวของการจัดฟันเถื่อนให้เห็นกันให้เห็นเป็นประจำ แม้ว่าจะมีการกล่าวเตือนกันอยู่ตลอดก็ตาม

แต่ว่านี่อาจเป็นอีกขั้นของทันตกรรมเถื่อนและน่ากลัวเอามากๆ เพราะมันคือ ‘การทำรากฟันเทียมเถื่อน’ 

 

ภาพการทำรากฟันเทียมเถื่อน ซึ่งมีการใช้ตะปูปักกระทง

 

เฟซบุ๊ก Wanlapar Wichaisakul ได้เปิดเผยถึงเรื่องสุดสะพรึงที่ว่านี้ ซึ่งส่วนที่รู้แล้วอาจทำให้รู้สึกคันเหงือกหน่อยๆ ก็อยู่ตรงที่ว่าการทำรากฟันเทียมเถื่อนที่ว่านี้ใช้ ‘ตะปูปักกระทง’ แทนอุปกรณ์ที่ทันตแพทย์ใช้… 

การใช้รากฟันเทียมจากตะปูปักกระทงอย่างเช่นในภาพ อาจทำให้เกิดอาการบวมหรือทำให้เน่าเป็นหนองได้ เนื่องมาจากเป็นวัสดุที่ทำมาจากเหล็กหรืออลูมิเนียม ซึ่งไม่เข้ากับร่างกายของคนนั่นเอง

 

ในโพสต์ได้อธิบายไว้ว่าจริงๆ แล้วรากฟันเทียมที่ทดแทนรากฟันจริง จะผลิตจากวัสดุไทเทเนียม ซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษใช้ในทางการแพทย์โดยทั่วไป เพื่อใช้ยึดติดกับกระดูกขากรรไกรของคนไข้ในตำแหน่งที่สูญเสียฟันและรากธรรมชาติ

โดยเจ้าสิ่งนี้จะทำหน้าที่ทดแทนรากฟันธรรมชาติเพื่อรองรับทันตกรรมฟันปลอม (denture), ครอบฟัน (crown) หรือสะพานฟัน (bridge) เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด 

 

คุณหมอผู้โพสต์เรื่องนี้

ภาพจาก amarintv

 

นอกจากนี้คุณหมอยังได้อธิบายถึงส่วนประกอบของรากฟันเทียมด้วย ซึ่งจะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้ดังนี้

1. Fixture คือ ส่วนที่ฝังอยู่ใต้เหงือก อยู่ในกระดูกขากรรไกร ทำหน้าที่แทนรากฟันธรรมชาติ

2. Abutment คือ ส่วนที่ทดแทนโครงสร้างของแกนฟัน เพื่อรองรับตัวครอบฟัน

3. Crown คือ ส่วนของตัวฟัน ทำมาจากเซรามิก ลอกเลียนสีและรูปร่างของฟันธรรมชาติ

 

อย่างไรก็ตามคุณหมอก็บอกว่าภาพนี้เป็นภาพเก่าตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ภาพที่เห็นนี้ไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแต่อย่างใด แต่ก็อยากนำมาแชร์เตือนให้ระวังถึงความอันตรายของการปักรากฟันเทียมเถื่อนให้ได้เห็นกัน

 

สุดท้ายในโพสต์ก็ฝากเอาไว้ถึงคนที่คิดจะทำฟันเถื่อน โดยบอกว่าการทำฟันเถื่อนนอกจากจะเป็นการทำลายสุขภาพช่องปากของตัวเองแล้ว ยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อีกด้วยนะ…

 

ที่มา: Wanlapar Wichaisakul, amarintv

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...