ชีวิตใหม่ของหญิงสาวคิดสั้น ผู้ยิงเข้าหน้าตัวเอง ปลูกถ่ายใบหน้าสำเร็จในเวลา 31 ชั่วโมง

*ภาพประกอบเนื้อหามีบางส่วนอาจไม่จรรโลงใจ โปรดใช้วิจารณาญาณในการอ่าน*

 

ชีวิตที่หลงทางของหญิงสาววัย 21 ปี ทำให้เธอได้กลายเป็นบุคคลที่มีอายุน้อยที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการปลูกถ่ายใบหน้าสำเร็จ หลังจากการที่เธอยิงปืนเข้าใบหน้าของตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายเมื่อ 3 ปีก่อน

ในปี 2014 Katie Stubblefield ลงมือใช้ปืนไรเฟิลขนาด .308 ของพี่ชาย ลั่นไกใต้คางของตัวเอง หลังจากที่ผิดหวังในเรื่องของความรัก เมื่อจับได้ว่าแฟนหนุ่มของตน แอบแชตคุยกับหญิงอื่น และตัดสินใจยุติความสัมพันธ์

 

Katie Stubblefield

 

ภายใต้ความกดดันของครอบครัวและแพทย์ ต่างต้องช่วยกันยื้อชีวิตของเธอเอาไว้ ตลอดระยะเวลาในช่วงปี 2014 ถึง 2016 เธอต้องย้ายไปรับการรักษาและซ่อมแซ่มใบหน้าในโรงพยาบาลถึง 3 แห่งด้วยกัน

ศัลยแพทย์ต่างลงความคิดเห็นว่า บาดแผลที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเธอ ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาสมบูรณ์ได้ เนื่องจากทั้งภายในและภายนอกได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้จะมีการตัดชิ้นส่วนเนื้ออื่นๆ มาปกปิด แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่พร้อม บาดแผลต่างๆ จึงทำได้เพียงแค่บรรเทาเท่านั้น

 

 

ปัญหาของการรักษาสภาพใบหน้าและสภาพภายในนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดเลือดคั่งภายในสมอง บาดแผลเปิด โครงใบหน้า กรามและโหนกแก้มผิดรูป ต้องเย็บเปลือกตาให้ปิดไม่ให้เกิดการขยับเพื่อคงสภาพใบหน้าเอาไว้ รวมไปถึงการซ่อมแซมส่วนจมูกและทางเดินหายใจ

หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ใบหน้าของ Katie ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาได้เหมือนเดิม ศัลยแพทย์จึงแนะนำให้ครอบครัวเลือกวิธี ‘ปลูกถ่ายใบหน้า’ ที่ฟังดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันคือความหวังที่จะทำให้เธอได้ใบหน้ากลับคืนมา

 

 

สองปีแห่งความยุ่งเหยิงทางการผ่าตัดศัลยกรรม Katie ถูกส่งตัวกลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน กระทั่งในปลายปี 2015 เธอก็มีอาการคงที่แต่ยังไม่ปลอดภัย และถูกนำชื่อไปอยู่ในรายการรอปลูกถ่ายใบหน้าในเดือนมีนาคมปี 2016

และในระหว่างรอผู้บริจาคใบหน้า การผ่าตัดซ่อมแซมใบหน้าของเธอยังไม่จบสิ้น เพราะปัญหาต่างๆ ยังคงเกิดขึ้นตามมาเรื่อยๆ และเธอจะต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อยึดโครงใบหน้าเดิมเอาไว้ตลอดทั้งปี 2016

 

Adrea Schneider

 

จนกระทั่งในเดือนพฤษภาคม 2017 ผู้บริจาคใบหน้าก็ปรากฏตัวขึ้น Katie ได้รับความอนุเคราะห์จาก Adrea Schneider คุณแม่ลูกหนึ่งวัย 31 ปี เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด

ทางด้าน Sandra ผู้มีศักดิ์เป็นยายของ Adrea ได้ทำการรับรองบริจาคใบหน้าให้ แม้ว่าร่างกายของเธอจะถูกขึ้นทะเบียนบริจาคอวัยวะในร่างกายก็ตาม

และทางลูกชายของ Adrea วัย 15 ปี ก็เชื่อว่าคุณแม่ของเขานั้นช่วยชีวิตผู้คนมาแล้วมากถึง 7 คน แต่ไม่เคยรับรู้ว่าใบหน้าของคุณแม่จะช่วยคนเพิ่มได้อีก 1 คน

 

 

อย่างไรก็ตาม กระบวนการปลูกถ่ายใบหน้าของ Katie จะไม่ได้ผลออกมาเหมือนกับ Adrea เพราะจะต้องทำแบบพิมพ์ที่เหมาะกับร่างกายของเธอด้วย และกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ จะต้องได้รับการปรึกษาทางด้านจิตวิยาเพื่อเข้าใจตัวตนของตัวเองแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงภายนอกก็ตาม

เมื่อ Katie ได้รับการบำบัดทางด้านร่างกายและจิตใจ จนมั่นใจว่าเธอพร้อม ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2017 กระบวนการปลูกถ่ายใบหน้าจึงเริ่มต้นขึ้น

 

 

การศัลยกรรมปลูกถ่ายใบหน้า เกิดขึ้นทั้งหมด 11 ครั้ง มีศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายฝ่ายเข้าร่วมผ่าตัดทั้งสิ้น 15 คน เช่น ศัลยกรรมพลาสติก, ประสาทวิทยา, ระบบต่อมไร้ท่อ, ศัลยกรรมปลูกถ่าย, ทันตแพทย์, วิสัญญีแพทย์ เป็นต้น รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยี VR มาช่วยในการให้คำแนะนำ และการผ่าตัดทั้งหมดกินระยะเวลาทั้งสิ้น 31 ชั่วโมง

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปลูกถ่ายใบหน้าสำเร็จมาแล้วถึง 7 ครั้งในสหรัฐอเมริกา แต่กระบวนการทั้งหมดยังเป็นเพียงแค่การทดลอง เพราะยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ

 

การจำลองกะโหลกจากแบบพิมพ์ 3 มิติ เพื่อเทียบขนาดระหว่างผู้ผ่าตัดและผู้บริจาค

.

 

และกรณีของ Katie นั้นได้รับการปลูกถ่ายใบหน้า ทดแทนด้วยผิวหนัง จมูก โหนกแก้ม กรามบนและครึ่งล่าง หน้าผาก เปลือกตา เบ้าตา ระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ระบบหลอดเลือด และกระดูกจากผู้บริจาค

ซึ่งก่อนที่จะทำการปลูกถ่าย ทีมแพทย์ได้จำลองกรามล่างด้วยแบบพิมพ์ 3 มิติที่มีความใกล้เคียงของเดิม 90% โดยได้รับต้นแบบมาจากพี่สาวของ Katie และนำมาใช้ประกอบกับการปลูกถ่ายใบหน้าของเธอ

 

ใบหน้าที่ถูกผ่าออกมาจากผู้บริจาค

 

และนำมาทดแทนบนใบหน้าของผู้รับการผ่าตัด

 

ภายหลังจาก 31 ชั่วโมงในการผ่าตัด การปลูกถ่ายใบหน้าสำหรับ Katie ประสบกับความสำเร็จ ฟื้นฟูสภาพใบหน้าของ Katie กลับมาได้ ทำให้เธอสามารถเคี้ยว กลืน และหายใจ เหมือนปกติอีกครั้ง

 

 

เธอได้เป็นบุคคลลำดับที่ 40 ของโลกที่ได้รับการปลูกถ่ายใบหน้า เป็นบุคคลที่มีอายุน้อยที่สุด และใช้เวลาในการปลูกถ่ายใบหน้านานที่สุดในโลก อันเป็นการผลักดันขีดจำกัดมาตรฐานใหม่ให้กับทีมศัลยแพทย์กันเลยทีเดียว

 

ที่มา: dailymail, cnn, thesun, sputniknews

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....