ก่อนหน้านี้ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับกรณีของ น้ำอิง หญิงสาวคนแรกที่โดน Black Out (ผู้ชายทุกคนดับไฟไม่เลือกเธอ) ในรายการ Take Me Out Thailand ซีซั่น 13 เพราะหนุ่มๆ รู้สึกไม่โอเคกับกฎเหล็ก 3 ข้อของเธอ

อ่านข่าวเก่าได้ที่ลิงก์ 3 เหตุผลว่าทำไม ‘น้องอิง’ จากรายการ Take Me Out ถึงโดนดับไฟเป็นคนแรกของซีซั่นนี้!!

 

น้ำอิง สาวสวยจากรายการ Take Me Out Thailand

 

เมื่อรายการออกอากาศไป ทำให้มีการแสดงความคิดเห็นออกมาในแง่ลบเกี่ยวกับทัศนคติของเธอ เป็นเหตุผลให้น้ำอิงตัดสินใจถ่ายคลิปวิดีโอโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในวันที่ 8 เมษายน 2018 เพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ ให้เข้าใจตรงกัน และเธอยังบอกอีกว่ารู้สึกเสียใจกับการถูกต่อว่าจากคนที่ไม่รู้จักกันเลย

 

 

เริ่มจากเรื่องที่ 1 เธอได้พูดถึงกรณีเกี่ยวกับกฎข้อแรก เคาะประตูก่อนเข้ามาในห้องนอน เธอบอกว่าตัวเองนั้นอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ทำให้ปกติแล้วจะล็อกห้องเอาไว้เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว การเคาะห้องก่อนเข้ามาจึงถือเป็นเรื่องปกติ

ด้วยความที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เคยมีแฟนแต่ก็ไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และเธอเป็นคนที่ใส่ใจต่อการให้เกียรติกันเอามากๆ เธอบอกว่าตอนที่มีแฟน เธอไม่เคยเจ้าชู้ ไม่เคยแม้แต่จะเช็คโทรศัพท์ เพราะมองว่าการให้เกียรติและการไว้ใจซึ่งกันและกันถือเป็นสิ่งสำคัญ เธอจึงไม่โอเคถ้าจะเข้ามาโดยไม่เคาะบอกก่อน

 

 

เรื่องที่ 2 คือเรื่อง ไลน์มาขออนุญาตก่อนที่จะโทรศัพท์มาหาเธอ ซึ่งเธอบอกเลยว่าตัวเองนั้นใช้คำพูดผิดไป ทำให้ถูกตีความกันไปในทางที่ผิดได้ เธอจึงอธิบายไม่ใช่ว่าโทรมาแล้วจะคุยไม่ได้ แต่เธออยากให้ไลน์มาถามก่อนว่าสะดวกคุยหรือไม่ เพราะตัวเองต้องทั้งทำงานและทำธุระ มีต้องเข้าประชุมอยู่เสมอ

อีกทั้งเมื่อเลิกจากงาน ส่วนตัวเธอก็ไม่ได้เป็นคนคุยโทรศัพท์อยู่แล้ว เพราะต้องการที่จะพักผ่อนหลังจากทำงานมาทั้งวัน แต่เธอสะดวกที่จะพิมพ์คุยกันมากกว่าเพราะในตอนนั้นถ้าเธอกำลังเตรียมงานวันต่อไป เช็คข้อมูล หรือคุยธุระอยู่ อย่างน้อยเธอก็ยังสามารถพิมพ์ตอบได้ ไม่ใช่ว่าจะคุยโทรศัพท์ไม่ได้เลย

 

 

เรื่องที่ 3 คือเรื่องที่ว่า เธอไม่อยากมีลูกแต่ตั้งใจที่จะอุปการะเด็ก น้ำอิงได้อธิบายว่าตัวเองนั้นเป็นคนรักเด็กแต่เหตุผลที่ไม่อยากมีลูกก็เพราะว่า เธอต้องการช่วยเหลือเด็กที่เกิดมาแล้วมากกว่าการเพิ่มประชากรขึ้นมาใหม่

ส่วนนี้เธอบอกว่า เด็กที่ถูกทอดทิ้งนั้นมีอยู่เยอะมาก ตัวเองจึงคิดว่าแทนที่จะให้กำเนิดลูกขึ้นมาเพิ่ม เธอตั้งใจที่จะอุปการะเด็กสักคนในตอนที่ตัวเองพร้อม (มีงานมั่นคง การเงินโอเค) เพื่อเลี้ยงดูมอบความรักให้กับเด็กคนนั้นอย่างเต็มที่ และหวังให้เขากลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า

ส่วนที่หลายๆ คนสงสัยว่าที่เธอไม่อยากคลอดลูกเพราะว่ากลัวเจ็บหรือกลัวตายหรือเปล่า เธอบอกว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นเลย ตัวเธอตั้งใจที่จะช่วยเหลือเด็กด้วยโอกาสจริงๆ และร่างกายของเธอก็บริจาคไว้เรียบร้อย เธอบอกว่าตัวเองต้องการช่วยเหลือสังคมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเดือดร้อน

 

 

สำหรับตัวเองนั้นไม่ได้เสียใจกับการถูก Black Out เพราะการที่ไปออกรายการเธอคิดว่าตัวเองจะมีแฟนหรือไม่มีแฟนก็ไม่เป็นไร แต่สิ่งที่ทำให้เธอเสียใจมากจริงๆ คือการถูกโจมตีจากโลกโซเชียล

เธอบอกว่าตัวเองขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น แต่หลายๆ คอมเมนต์ที่พูดหยาบคายใส่หรือต่อว่าราวกับเธอเป็นคนที่ทำผิดมากๆ สิ่งเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกเสียใจไม่ใช่น้อยเลย ตัวเธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี พยายามที่จะเปิดมุมมองของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

การที่เธอนำกฎทั้ง 3 ข้อไปพูด เพราะเธอคิดว่านั่นคือสิ่งที่เป็นตัวเธอและอยากให้ผู้ชายทุกๆ คนรู้ก่อนที่จะได้เริ่มคุยกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องมารู้สึกผิดหวังในภายหลังเท่านั้นเอง

 

คลิปวิดีโอที่เธอโพสต์อธิบายกับทุกคน

 

สุดท้ายแล้วก็หวังว่าเพื่อนๆ ที่ได้เข้ามาอ่านในบทความนี้หรือได้เห็นคลิปวิดีโอของเธอจะเข้าใจเธอได้มากยิ่งขึ้น และอีกอย่างที่สำคัญคือการแสดงความคิดเห็น เพราะบางคำพูดอาจไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นแต่อาจกลายเป็นคำต่อว่าที่หลุดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และสิ่งนั้นอาจทำร้ายความรู้สึกของคนคนหนึ่งได้มากกว่าที่เราคิด

 

ที่มา: Naming Nnp Chanisanish

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...