ย้อนรอย ภาพการพบปะของนายพลสหรัฐฯ กับจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ที่เคยโจษจันในญี่ปุ่นมาแล้ว

ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูไป 2 ลูก ในที่สุดจักรพรรดิฮิโรฮิโตะแห่งประเทศญี่ปุ่นก็ต้องยอมรับความฝ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สองเป็นทางการจนได้

 

 

อย่างไรก็ตามแตกต่างจากฝ่ายนาซีที่ผู้นำอย่างอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตายไป จักรพรรดิฮิโรฮิโตะผู้ซึ่งเป็นเหมือนสมมุติเทพของชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้นไม่เพียงแต่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เขายังได้รับอนุญาตให้ดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศต่อด้วย

นั่นทำให้มีหลายๆ ครั้งที่ทางสหรัฐฯ พยายามหาวิธีมาล้มล้างความเชื่อเรื่องสมมุติเทพของชาวญี่ปุ่น และแม้ว่าหลายๆ ครั้งจะจบลงด้วยความล้มเหลว แต่ในที่สุดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 1945 รูปภาพรูปหนึ่งก็กลายเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการล้มล้างความเชื่อที่สหรัฐฯ พยายามมาตลอดจนได้

 

 

นี่เป็นภาพของพลเอกดักลาส แมกอาเธอร์ ผู้มีชื่อเสียงในการบัญชาการรบภาคพื้นแปซิฟิกผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นชาวอเมริกันที่มีผลงานมากที่สุดในสงครามโลก ซึ่งกำลังถ่ายภาพคู่กับจักรพรรดิฮิโรฮิโตะในสภาพที่ไม่ได้เคารพอะไรอีกฝ่ายมากนัก

ภาพที่เห็นนี้ถูกถ่ายไว้ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาในญี่ปุ่น และถูกมองจากทางญี่ปุ่นว่าเป็นการไม่เคารพต่อสมมุติเทพของพวกเขาเป็นอย่างมาก แถมที่ผ่านๆ มาทางญี่ปุ่นจะพยายามใช้มุมกล้องทำให้จักรพรรดิดูตัวสูงน่าเกรงขามมาตลอด และไม่เคยมีใครเลยที่ทำกล้าทำตัวเท่าเทียมกันเช่นนี้ จนภาพที่ออกมาต้องถูกแบนไป

 

ภาพของจักรพรรดิฮิโรฮิโตะที่ในช่วงก่อนหน้า

 

ในความเป็นจริงแล้วขั้นการต้อนรับจักรพรรดิของฝั่งสหรัฐฯ เป็นไปแบบสุภาพและให้เกียรติเป็นอย่างมากตลอดจนมาถึงขั้นตอนนี้ เพราะแม้แต่นายพลหลายๆ คนก็รายงานว่าแม้แต่นายพลแมกอาเธอร์ เองยังเรียกจักรพรรดิฮิโรฮิโตะว่าท่าน (Sir) ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนเลยด้วย

อย่างไรก็ตามแมกอาเธอร์เห็นความไม่พอใจจากฝั่งญี่ปุ่นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าจักรพรรดิฮิโรฮิโตะนั้นจริงๆ แล้วก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่เตี้ยกว่าเขาก็เท่านั้น

 

นายพลแมกอาเธอร์สูงราวๆ 183 เซนติเมตร ส่วนจักรพรรดิฮิโรฮิโตะสูงราวๆ 165 เซนติเมตร

 

ดังนั้นนายพลแมกอาเธอร์จึงตัดสินใจยกเลิกการแบนภาพนี้พร้อมกับบังคับให้หนังสือพิมพ์ทั้งหมดลงภาพดังกล่าว เพื่อแสดงอำนาจอย่างชัดเจนว่าเขา (และสหรัฐฯ) เป็นฝ่ายที่มีอำนาจต่อรองมากกว่าในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั่นเอง

 

ที่มา rarehistoricalphotos

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....