เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีข่าวเกี่ยวกับทางเฟซบุ๊กที่ได้ทำการยุติบัญชีของ Cambridge Analytica บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำงานด้านแคมเปญให้กับประธานาธิบดี Donald Trump แต่ไม่ได้ทำการลบข้อมูลที่แอบบันทึกไว้อย่างไม่ถูกต้อง นับเป็นจำนวนข้อมูลของผู้ใช้ทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านราย (อ่านได้ที่นี่)

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีบัญชีเพจ SpaceX และ Tesla ของ Elon Musk ที่เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเพจเฟซบุ๊กเหล่านั้นอยู่ จนกระทั่งมีคนกล่าวถึงมันในทวิตเตอร์ของเขา

 

 

Elon Musk ก็ได้ตอบกลับแฮชแท็กที่มีการตั้งขึ้นมาว่า #deletefacebook กับผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งนามว่า Brian Action และคำถามจากผู้ใช้ทวิตเตอร์อื่นๆ

 

Brian: ได้เวลาแล้ว #deletefacebook

Elon: เฟซบุ๊กอะไรหรอ?

 

Ayşegül: นี่คุณล้อเล่นใช่ไหม บัญชีที่ถูกแอบบันทึกข้อมูลเหล่านั้นก็เป็นบัญชีของคุณนะ

Elon: ผมพึ่งเคยเห็นมันครั้งแรก อันทางซ้ายเหมือนจะเป็นเพจทางการแฮะ เดี๋ยวจะลบให้

 

serdarsprofile: ลบเพจ SpaceX ถ้าคุณกล้าพอ

Elon: ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีเพจนี้ด้วย เดี๋ยวลบแน่นอน

 

bryson: คุณจะลบเพจ Tesla ด้วยใช่ไหม?

Elon: แน่นอน ยังไงมันก็ดูเชยอยู่แล้ว

 

เดิมทีแล้ว Elon Musk และ Mark Zuckerberg ประธานบริษัทเฟซบุ๊กนั้นเคยมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อน เนื่องจากเมื่อปี 2016 จรวดของโครงการ SpaceX ได้เกิดระเบิดที่ฐานปล่อยตัวในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

ทำให้ดาวเทียมของเฟซบุ๊กนั้นถูกทำลายไปด้วย ซึ่งดาวเทียมของเฟซบุ๊กนั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนของทางบริษัทที่จะนำอินเตอร์เน็ตเข้าสู่ส่วนหนึ่งของทวีปแอฟริกา

ในตอนนั้น Mark ได้โพสต์บนเฟซบุ๊กของเขาว่า “ขณะนี้ผมอยู่ที่แอฟริกา ผมรู้สึกผิดหวังอย่างมากที่ได้ยินข่าวความล้มเหลวเกี่ยวกับโครงการ SpaceX ที่ทำให้ดาวเทียมของเราถูกทำลาย ซึ่งเป็นดาวเทียมที่จะมอบการเชื่อมต่อให้กับผู้คนมากมายทั่วทั้งทวีป

 

 

ทำให้ Elon ต้องออกมาประกาศเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขากล่าวว่าเขาได้รับผิดชอบโดยการมอบดาวเทียมและส่งขึ้นสู่อวกาศแบบฟรีๆ

จึงมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อว่า Kerry Flynn ได้โพสต์ลงในทวิตเตอร์ของเธอกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2016 เพื่อเตือนสติ

 

Kerry: พวกเราจำได้ไหมตอนที่ Elon Musk ระเบิดดาวเทียมของ Mark Zuckerberg

Elon: จำได้สิ เป็นความผิดของผมเองที่เป็นไอ้โง่ แต่ผมก็ได้ปล่อยจรวดให้เขาไปฟรีๆ เลยนะ(ถึงมันจะระเบิด) แล้วผมก็คิดว่ามีประกันคุ้มครองอยู่ด้วยนะ!!

 

ที่มา Time, Thedailybeast

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...