ในช่วงยุค 1950 เวเนซุเอลาเคยเป็นประเทศที่ร่ำรวยเป็นอย่างมากจากการค้าน้ำมัน ดังนั้นผู้นำของประเทศในเวลานั้นอย่าง Marcos Perez Jimenez จึงอยากจะสร้างอะไรบางอย่างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ

เขาได้ประกาศสร้างห้างสรรพสินค้าแบบขับรถผ่าน ที่มีร้านค้าถึง 300 ร้าน และมีขนาดใหญ่โตจนสามารถเห็นได้ชัดจากทุกพื้นที่ในกรุงการากัส แต่ตั้งชื่อให้มันว่า “เอล ลีกอยเด”

 

 

ตัวอาคารของเอล ลีกอยเดกินพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร ใช้เงินในการสร้างถึง 2,800 ล้านบาท (เมื่อเทียบเป็นเงินในปัจจุบัน) และคาดกันว่าจะได้เป็นสรรพสินค้าแบบขับรถผ่านแห่งแรกที่มีการสร้างขึ้นมาบนโลก

ปัญหาคือแทนที่สถานที่แห่งนี้จะได้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ในปี 1958 ตัว Marcos กลับถูกโค่นอำนาจไปก่อน ทำให้ที่แห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างไปเป็นเวลานาน และในเวลานั้นหลายๆ คนก็มองว่าเงินที่ลงทุนไปได้กลายเป็นสิ่งที่สูญเปล่าไปเสียแล้ว

 

 

แต่แล้วในยุค 1980 รัฐบาลใหม่ของประเทศเวเนซุเอลา ก็ตัดสินใจย้ายหน่วยงานจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งหน่วยข่าวกรองอย่าง SEBIN มาอยู่ที่เอล ลีกอยเด และทำให้ภาพลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ เปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นอีกครั้ง

ภายใต้บ้านเมืองที่ล้มเหลวลงทุกวัน เอล ลีกอยเดได้กลายเป็นคุกขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางกรุงการากัส และกักขังนักโทษผู้ต่อต้านรัฐบาลเอาไว้แบบนับไม่ถ้วน พื้นที่ที่ถูกจัดไว้สำหรับเป็นร้านค้าถูกเปลี่ยนเป็นห้องขัง และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเรือนจำที่เลวร้ายที่สุดของประเทศ

 

 

ประชาชนไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือแม้กระทั่งเด็กๆ อาจจะถูกจับเข้ามายังที่แห่งนี้เพียงเพราะไปอยู่ผิดที่ผิดทางเท่านั้น แถมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีอดีตนักโทษมากมายที่ออกมาให้ปากคำว่าในคุกนั้นมีการดูแลนักโทษที่เลวร้ายยิ่งกว่านรกเสียอีก

เรื่องราวทั้งหมดนั้นทำให้เอล ลีกอยเดที่ถูกสร้างขึ้นมาในฐานะสถานที่สร้างรอยยิ้ม กลายไปเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยการกักขังหน่วงเหนี่ยว การทรมาน และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างถึงที่สุด แถมยังดูเหมือนจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ไปจากอดีตเลย แม้ในปัจจุบัน

 

ที่มา bbc และ cnn

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...