เมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมาสำนักข่าวต่างประเทศได้มีรายงานการค้นพบมัมมี่จำนวนร่วม 50 ร่าง ที่แหล่งโบราณคดี Tuna El-Gebel ในเมืองมินยา เมืองทางตอนใต้ของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์

 

 

จากการรายงานของสื่อต่างประเทศ มัมมี่เหล่านี้ถูกพบฝังลึกลงไปใต้ดินราวๆ 10 เมตรในสุสานอายุ 2,300 ปี และคาดว่าเป็นประชาชนที่เคยมีชีวิตอยู่ในสมัยของราชวงศ์ทอเลมี (305-30 ปีก่อนคริสตกาล)

 

 

มัมมี่ที่พบมีอยู่ 12 ร่างที่เป็นของเด็ก และมีการฝังที่แตกต่างกันออกไปมาก ตั้งแต่แบบที่ถูกฝังในโลงศพหิน โลงศพไม้ ไปจนถึงแบบที่มีเพียงผ้าลินินพันเอาไว้เท่านั้น

 

 

ทางกระทรวงโบราณวัตถุของอียิปต์เปิดเผยว่าเป็นไปได้มากที่คนเหล่านี้จะเคยเป็นคนที่มีตำแหน่งสำคัญมาก่อนในราชวงศ์ทอเลมี โดยดูจากการทำศพที่มีความพิถีพิถันสูง ทำให้มีเป็นไปได้ว่าสุสานแห่งนี้จะเป็นสุสานของตระกูลขนาดใหญ่

 

 

อย่างไรก็ตามการที่พวกเขาไม่พบชื่อของมัมมี่ที่เขียนไว้ในสุสานเลยก็ทำให้การยืนยันตัวตนของคนเหล่านี้เป็นไปได้อย่างยากลำบาก

จากการบอกเล่าของทางประเทศอียิปต์ การค้นพบในครั้งนี้ถูกเข้าชมโดยทูตจากหลากหลายประเทศ และนับว่าเป็นการค้นพบหลังใหญ่ๆ ครั้งแรกของประเทศตั้งแต่เริ่มต้นปี 2019 มาเลย

 

 

ในปัจจุบันนักโบราณคดีได้ทำการส่งชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผา และกระดาษปาปิรุสที่พบในสุสานไปยังกระทรวงโบราณวัตถุของอียิปต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากนักวิทยาศาสตร์โชคดี พวกเขาก็อาจจะพบข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ จากการวิเคราะห์โบราณวัตถุเหล่านี้ก็เป็นได้

 

ที่มา dailymailbbc และ mirror

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...