ตลอดเวลาของมนุษยชาตินั้นได้มีสงครามเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยเรื่องไหนๆ เราก็คงเคยได้ประจักษ์เรื่องราวเกี่ยวกับวีรบุรุษหลายๆ คน รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ทางสงครามต่างๆ สุดหยั่งคิดของวีรบุรุษเหล่านั้น

ที่สำคัญที่สุด บางครั้งแผนบ้าๆ บอๆ ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ดันประสบผลสำเร็จซะงั้น เหมือนดั่งเรื่องนี้!?

 

ในปี 1950 นาวาอากาศตรี Edward G. Lansdale ถูกส่งไปยังประเทศฟิลิปปินส์เพื่อทำสงครามขับไล่กลุ่มคอมมิวนิสต์ที่ชื่อว่า Huks ซึ่งขณะนั้นกำลังยึดครองพื้นที่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่

อย่างที่ตำราพิชัยสงครามได้ระบุไว้คือการใช้ ‘สงครามประสาท’ เพื่อลดทอนขวัญกำลังใจของศัตรูและทำให้พวกเขาละทิ้งฐานที่มั่น และทาง Lansdale เองก็เข้าใจในจุดนั้นเป็นอย่างดี เขาเลยลองศึกษาเรื่องตำนานและความเชื่อของชาวพื้นเมืองในละแวกนั้นดู

 

‘Aswang’ คือตำนานที่นาวาอากาศของเราเลือกใช้!!

aswang

 

‘Aswang’ คือตำนานพื้นบ้านของประเทศฟิลิปปินส์ มันคืออสูรที่สามารถแปลงกายได้ มีลักษณะคล้ายๆ กับแวมไพร์ในตะวันตก หรืออาจเป็นพ่อมดหมอผีที่สามารถแปลงกายเป็นปีศาจกระหายเลือดได้

แต่ลักษณะเด่นที่ตรงกันก็คืออสูรชนิดนี้จะดูดเลือดจากเหยื่อจนหมดตัว และถือว่าเป็นปีศาจที่ชาวฟิลิปปินส์หวั่นเกรงกันที่สุด

Aswang ในตอนกลางวันนั้น จะใช้ชีวิตปกติราวกับเป็นชาวบ้านทั่วๆ ไป หลบลี้ที่จะรู้จักผู้คน แต่พอตกกลางคืนเมื่อไหร่ ก็จะแปลงร่างออกไปหาเหยื่อ ซึ่งก็คือมนุษย์นี่ล่ะ!!

 

นาวาอากาศตรี Edward G. Lansdale เจ้าของแผนการแกล้งเป็นผีดูดเลือด

220px-major-general-lansdale

 

ก่อนหน้านี้เขาก็เคยทำสำเร็จมาก่อนในแผนการปล่อยข่าวออกไปหลอกนักรบคอมมิวนิสต์บางส่วนว่า ถ้าพวกเขาเข้าร่วมกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ก็จะถูกสาปจากพระเจ้า ทำให้นักรบคอมมิวนิสต์ในพื้นที่หลายๆ คนยอมจำนน และจากเหตุการณ์นั้นเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่า วิธีการนี้สามารถใช้ได้

หลังจากศึกษาตำนานเรื่อง Aswang แล้ว Lansdale จึงปล่อยข่าวไปในหมู่บ้านที่กลุ่มนักรบคอมมิวนิสต์ของ Huks ตั้งมั่นอยู่ ว่ามีปีศาจตัวดังกล่าวอาศัยอยู่บนภูเขาใกล้ๆ กับหมู่บ้าน

พอข่าวลือเริ่มโหมกระพือจนเป็นที่แตกตื่นในหมู่บ้าน Lansdale ก็เริ่มแผนการขั้นที่สองทันที คือการวางกำลังซุ่มโจมตีกลุ่มนักรบ Huks บนภูเขา พอมีขบวนลาดตระเวนเดินทางผ่านมาพวกเขาก็ดำเนินการจู่โจมในทันที

 

การซุ่มโจมตี!!

lansdale

 

Lansdale จัดกลุ่มทหารฝีมือดี จับพลเฝ้าระวังหลังกลุ่มสุดท้ายของขบวนลาดตระเวน สังหารโดยไร้แผล เจาะรู 2 รูตรงต้นคอให้เหมือนกับถูกปีศาจดูดเลือด จากนั้นแขวนศพห้อยหัวไว้เพื่อให้เลือดไหลออกจากตัวจนหมด แล้วนำศพกลับไปวางไว้ตรงเส้นทางลาดตระเวนของศัตรู

พอรุ่งเช้ากลุ่มนักรบ Huks ก็ได้ส่งขบวนลาดตระเวนออกมาอีกหนึ่งชุด เพื่อค้นหานักรบที่หายไป แล้วก็พบว่าศพของพวกกลุ่มก่อนหน้านี้ มีร่องรอยราวกับถูกปีศาจ Aswang สังหารและดูดเลือด ดั่งที่เป็นข่าวลือ

การค้นพบดังกล่าวนั้นสร้างความแตกตื่นให้กลุ่มนักรบคอมมิวนิสต์อย่างมาก จนไม่มีใครกล้าขึ้นมาลาดตระเวณบนภูเขา และสุดท้ายกลุ่มนักรบ Huks ก็ละทิ้งหมูบ้านอันเป็นฐานที่มั่นไปในที่สุด ทำให้ Lansdale และทหารของเขาสามารถยึดพื้นที่นั้นไว้ได้โดยไม่ต้องเสียกำลังรบเลยแม้แต่น้อย

 

ความสำเร็จของเขานั้นถือว่าเป็นตำนานของกองทัพสหรัฐฯ เลยทีเดียว และในสงครามเวียดนามก็ได้มีการพยายามใช้กลศึกนี้ขึ้นอีกครั้ง

0014

 

และในคราวนี้ ทหารสหรัฐฯ ได้ทำการปล่อยข่าวลือให้สะพัดไปว่าศพของทหารที่ไม่ได้รับการฝังนั้นจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนคอยหลอกหลอนและทำร้ายผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณนั้น

 

นายทหารที่ติดตั้งเครื่องเล่นเทปไปด้วยในสมรภูมิ

vnbackpackls

 

หลังจากข่าวลือเริ่มกระจายตัวออกไปพวกเขาก็ตอกย้ำความเชื่อด้วยการผลิตเทปที่เริ่มด้วยดนตรีงานศพ ใส่เสียงที่มีเสียงร้องไห้โหยหวนของหญิงสาว

โดยเฉพาะเทปหญิงสาวที่ร้องไห้เพื่อตามหาพ่อที่เสียชีวิตในสงครามนั้น ได้รับความนิยมในการใช้งานเป็นพิเศษ ฟังเทปดังกล่าวกันได้ที่นี่

นายทหารที่ออกไปสู่สมรภูมิจะนำเครื่องเล่นเทปติดตัวไปด้วย และเล่นเสียงดังกล่าวเมื่อมีโอกาส แต่สำหรับสงครามนี้ความกลัวไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก

ทำให้อัตราการสำเร็จนั้นไม่ 100 เปอร์เซ็นต์แบบในสมรภูมิฟิลิปปินส์ เพราะโอกาสล้มเหลวและสำเร็จนั้นมีพอๆ กัน แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่ดีในการยึดฐานที่มั่นของสงครามนั้นล่ะ

 

และนี่ก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่ถูกใช้ในสงครามที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเป็นการใช้แผนรบที่ประหลาดจริงๆ พับผ่าสิ!!

emo-98

 

ที่มา: Vampirelloyd, Wearethemighthy

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

รวมเนื้อหาของเหล่าแมวเหมียวที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนแคทดั๊มบ์แล้ว ถึงตัวเค้าจะจากไป แต่ผลงานที่เค้าสร้างไว้จะอยู่ชั่วนิรันดร์