ใครจะไปรู้ว่าศิลปินเจ้าของบทเพลงดังอย่าง “Shape of You” และ “Thinking Out Loud” ก่อนที่เขาจะดังอย่างทุกวันนี้ การเดินทางของหนุ่มผมแดงคนนี้ไม่ใช่ทางราบเรียบอย่างที่ทุกคนคิด

ตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านเพื่อตามความฝันตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ไม่มีบ้านพัก หรืออาหารตกถึงท้อง และต้องขอนอนตามโซฟาของผู้คนที่พบเจอ

Ed Sheeran คนนี้เป็นใครกันแน่?นอกเหนือจากการทำงานหนักแล้ว เพราะอะไรผู้คนต่างรักผลงานเพลง และเจ้าของเสียงคนนี้กันทั่วโลก…

 

เอ็ด ชีแรนในวัยเด็ก กับแว่นตาอันโต

 

ย้อนไปวัยเด็กก่อนที่เอ็ดจะเป็นศิลปิน เขามาจากเมืองในชนบทที่ซัฟโฟล์ก ด้วยความที่เป็นเด็กผมแดงเขามักจะถูกเพื่อนๆที่โรงเรียนล้อ และกลั่นแกล้งเสมอ

อีกทั้งตัวเอ็ดเองมีภาวะอย่างหนึ่ง คือ ภาวะติดอ่าง ที่ยิ่งทำให้เขาขาดความมั่นใจและไม่อยากที่จะไปโรงเรียน

จนกระทั่งพ่อของเขา John Sheeran ได้ซื้ออัลบั้มของ Eminem ให้ลูกชายได้ฝึกแร็ปตาม ถึงแม้จะมีภาษาที่ไม่ควรจะให้เด็กฟัง เอ็ดก็สามารถก้าวข้ามภาวะติดอ่างนี้ได้ และนั่นเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ทำให้เพลงของเอ็ดมีเพลงแร็ปในทุกอัลบั้มของเขาอีกด้วย

 

เอ็ด เล่นเปิดหมวกท่ามกลางผู้คน

ศิลปินจากซัฟโฟล์ค เดินทางเร่ร่อนไปตามถนนในกรุงลอนดอนเพื่อเล่นดนตรีตามที่ฝันไว้ หลังออกจากโรงเรียนมัธยมปลาย เขาเดินทางไปที่ต่างๆด้วยการขอนอนพักตามโซฟาของคนที่พบเจอระหว่างทาง “น้อยคนนักที่เด็กวัยนี้จะได้ประสบการณ์เช่นเดียวกับผม” เอ็ดกล่าว

 

เอ็ดกับกีต้าร์ซิกเนเจอร์จากอัลบั้มแรกของเขา

 

เอ็ดเข้ามาแสวงโชคที่อเมริกาครั้งแรกกับอัลบั้ม Plus ของเขา และได้ความนิยมหลังจากที่ได้ไปออกรายการวิทยุกับ Jamie Foxx นักแสดงชื่อดังของอเมริกา และหลังจากนั้นก็ดังเป็นพลุแตก

 

เอ็ด ชีแรน กับ เทย์เลอร์ สวิฟต์

 

นอกเหนือจากการทำงานหนักแล้ว คนดังต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันถึงความติดดิน และความเป็นกันเองของศิลปินคนนี้ทั้งกับบรรดาแฟนคลับ รวมไปถึงเพื่อนศิลปิน

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอ็ดคือ ท่อนหนึ่งจากเพลง “You need me, I don’t need you” มีเนื้อร้องว่า

“I won’t stop till my name’s in light at stadium heights with Damien Rice” แปลว่า “จะไม่หยุดจนกว่าชื่อฉันจะอยู่ท่ามกลางแสงไฟ บนเวทีสูงกับเดเมียน ไรซ์”

ซึ่งอีก 5 ปีต่อมาเขาก็ทำมันได้จริงหลังจากการวางจำหน่ายอัลบั้มเมื่อปี 2011

 

เอ็ดที่งานเปิดตัว หนังเกี่ยวกับชีวิตของเขาล่าสุด “Songwriter” ที่เบอร์ลิน

 

มีเพียงแค่กีตาร์กับไมค์และเครื่องบันทึกเสียงเพื่อเล่นวนเท่านั้นเขาก็สามารถที่จะควบคุมการแสดงท่ามกลางคนหลายหมื่นคนได้

และแน่นอนว่ามีแต่จะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆในฐานะศิลปินคนเดียวในโลกที่สามารถร้องบนเวทีโดยไม่ต้องมีแบนด์ หรือมีแบคอัพแดนซ์เซอร์ เอ็ด ชีแรนก็ได้กลายเป็นตำนานทั่วโลกไปแล้ว

 

จบลงแล้วกับงานเขียนชิ้นแรกของ #เหมียวฝึกหัดหมายเลข24

ยังไงก็ฝากติดตามเรื่องราวอื่นๆ ได้ในแคทดั๊มบ์ จะตั้งใจทำคอนเท้นต์ให้ดีที่สุดเพื่อผู้อ่านทุกคนค่ะ ^^

 

 

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...