ตอนเด็กๆ เราอาจได้รับความเชื่อหรือมีความคิดแปลกๆ ขึ้นมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เราทำในตอนนั้นจะสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายเราได้ในอนาคต

เช่นเดียวกันกับกรณีของชายหนุ่มแซ่ Wu วัย 26 ปี หลังจากที่เขาพบว่าตนเองมี “พยาธิในสมอง” เพราะเมื่อ 17 ปีก่อนเขาดันเคยกิน “กบเป็นๆ” เข้าไป?!

 

พยาธิที่ถูกพบ

 

Wu เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล Changsha Central Hospital มณฑลหูหนาน ประเทศจีน หลังจากที่เขามีอาการป่วยหลายๆ อย่าง

ดอกเตอร์ He Guohua บอกว่าในตอนแรกหลังจากที่คนไข้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2018 ทีมแพทย์คิดว่าเขามีอาการของโรคหลอดเลือดสมอง

โดยนาย Wu มีอาการปวดหัวขั้นรุนแรง เดินเหินลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง กลืนอะไรไม่ค่อยลง และพูดจาติดๆ ขัดๆ

 

 

ในเวลาต่อมา แพทย์ตัดสินใจใช้วิธีการ MRI (ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อสแกนสมองของคนไข้รายนี้ พวกเขาจึงได้พบกับ “พยาธิในสมอง” สาเหตุของอาการป่วยทั้งหมด

พยาธิที่พบนั้นคือพยาธิ Sparganum ซึ่งมักจะพบได้บ่อยในลำไส้ของหมาและแมว แต่หาพบได้ยากในมนุษย์

จากการรายงานกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากการที่นาย Wu เคยกินทั้งกบดิบ และกบแบบเป็นๆ ในตอนที่เขาอายุได้ 9 ขวบ เพราะเชื่อว่ามันจะสามารถช่วยรักษาอาการกระดูกร้าวจากอุบัติเหตุที่เป็นในตอนนั้นได้

 

 

การกินกบเป็นๆ เข้าไปจึงทำให้พยาธิเข้าสู่ร่างกาย ก่อนที่จะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังสมองของเขา ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพหลายๆ อย่างที่ตามมา

แพทย์กล่าวเตือนว่า ความเชื่อที่ว่ากินกบเป็นๆ แล้วจะช่วยรักษาอาการกระดูกหักหรือแตก ซึ่งเป็นที่แพร่หลายอย่างมากในประเทศจีน ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิดและไม่ควรทำตาม

 

 

อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ทำการนำตัวพยาธิเจ้าปัญหานั้นออกมาเรียบร้อยแล้ว และคนไข้รายนี้ก็จะกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน

 

ที่มา: dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...