จากเอกสารที่ได้รับการนำมาเปิดเผยของทาง CIA ดูเหมือนว่าในช่วงปี 1959-1972 สหรัฐอเมริกาจะมีการใช้ดาวเทียมที่มีโค้ดเนมว่า “Corona” ในการแอบสอดส่องความเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ ในโลกด้วย

โดยดาวเทียมนี้จะทำการแอบถ่ายภาพสถานที่ต่างๆ ในโลกคล้ายๆ Google Map และตลอดเวลาการทำงานของมันก็มีรูปสถานที่ต่างๆ ของโลกถูกถ่ายเก็บไว้เป็นจำนวนมาก

 

ตัวอย่างภาพที่ดาวเทียม Corona ถ่ายเอาไว้

 

จริงอยู่ว่าในสมัยก่อนรูปเหล่านั้นอาจถูกใช้ไปในการสืบความลับของประเทศต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นักโบราณคดีก็ได้นำภาพเหล่านี้กลับมาใช้งานอีกครั้งในด้านที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

กล่าวคือแทนที่จะให้ภาพในการสืบความลับ นักโบราณคดีกลับนำภาพเหล่านี้มาเพื่อตามหาโบราณสถานที่อาจถูกทำลาย หรือหายไปในช่วงยุคการพัฒนาประเทศแทน

นั่นเพราะเดิมทีแล้วการตามหาโบราณสถานสามารถทำได้ด้วยการเปรียบเทียบภาพของพื้นที่ในปัจจุบันเข้ากับภาพในสมัยก่อน ดังนั้นคลังภาพถ่ายโบราณของดาวเทียม Corona จึงกลายเป็นข้อมูลชิ้นสำคัญที่เก็บภาพพื้นที่ในสมัยก่อนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

เลนส์จากกล้องของดาวเทียม Corona

 

นี่เป็นโปรเจกต์ที่มีการนำเสนอไปเมื่อเดือนธันวาคมปีค.ศ. 2018 ที่งานสหภาพธรณีฟิสิกส์อเมริกัน (AGU) และเริ่มมีการทดลองใช้งานกับพื้นที่ตะวันออกกลางเป็นที่แรก

โดยนักโบราณคดีได้ทำการออกแบบโปรแกรมพิเศษชื่อ “Sunspot” ที่จะสามารถใช้เปลี่ยนข้อมูลภาพของดาวเทียม Corona ให้เข้าถึงได้ง่ายในทางดิจิตอล และสามารถใช้กับโปรแกรมสร้างแผนที่ทั่วไปได้ง่ายขึ้น

Jackson Cothren ศาสตราจารย์กับภาควิชาธรณีศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยอาร์คันซอ บอกกับสื่อต่างประเทศ โปรแกรมนี้ทำให้ภาพจากดาวเทียม Corona สามารถเข้าชมแบบออนไลน์ได้ฟรี และทำให้การเทียบรูปภาพทำได้ง่ายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

 

และแน่นอนว่าหลังจากที่มีโปรแกรมนี้ออกมานักโบราณคดีก็สามารถระบุตำแหน่งของแหล่งโบราณที่หายไปได้มากขึ้นเกือบๆ 100 เท่า ทั้งที่เป็นโบราณสถานจากยุคโรมัน หรือกระทั่งยุคสำริด

จริงอยู่ที่ว่าโบราณสถานบางส่วนจะไม่สามารถเข้าไปสำรวจได้แล้ว แต่อย่างน้อยๆ นักโบราณคดีก็สามารถทราบได้ว่าสถานที่ใดบ้างที่เคยมีแหล่งโบราณคดีตั้งอยู่

 

สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่จากสมัยโบราณในอัฟกานิสถาน หนึ่งในผลงานการตามหาโบราณสถานด้วยภาพจากดาวเทียมสปาย

 

แถมนอกจากแหล่งโบราณคดีแล้ว ภาพจากดาวเทียม Corona ยังช่วยให้นักโบราณคดีติดตามการเคลื่อนที่ของภูมิประเทศจากความเปลี่ยนแปลงของอากาศได้อีกด้วย

เรียกได้ว่าดาวเทียมสปายในอดีต ได้กลายเป็นอาจารย์ผู้มอบความรู้ไปแล้วก็ไม่ผิดนัก

 

ที่มา livescience

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...