เทคโนโลยีในปัจจุบัน นับว่ามีความก้าวหน้าไปอย่างมาก จนหลายคนอาจะเริ่มเกิดความรู้สึกว่าวันหนึ่งมนุษย์เราจะต้องถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ จนกลายเป็นว่ามนุษย์เราอาจจะต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเทคโนโลยี

แต่เหตุการณ์ที่กำลังจะเสนอนี้สามารถใช้เป็นหลักฐานบ่งชี้ได้ดีเลยว่า “เทคโนโลยี” นั้นน่าจะเป็นประโยชน์กับมนุษย์แน่นอน

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวว่า “โดรน” ในประเทศออสเตรเลียได้เข้าไปช่วยชีวิตเด็กหนุ่ม 2 คนจนรอดตายมาแล้ว

 

 

รายงานจาก BBC พบว่า ที่ชายฝั่งเลนน็อกซ์เฮด รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย มีคนสังเกตเห็นเด็กหนุ่ม 2 คน ติดอยู่นอกชายฝั่งราวๆ 700 เมตร

ผู้ดูแลความปลอดภัยของชายฝั่งจึงบังคับ “โดรน” ที่ตนกำลังฝึกใช้อยู่ ให้ออกไปนอกชายฝั่งเพื่อค้นหาและช่วยเหลือเด็กหนุ่มดังกล่าว

 

 

เด็กหนุ่มทั้งสอง อายุ 15 ปี และ 17 ปี ถูกพบว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต เขาจึงบังคับโดรนให้นำเบาะชูชีพไปส่งให้เด็กหนุ่มทั้งสองคน ทั้งคู่จึงได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

John Barilaro รองรัฐมนตรีแห่งนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า “ไม่เคยมีการนำอุปกรณ์ชูชีพติดกับโดรนเพื่อไปช่วยคนมาก่อนเลย”

 

Jai Sheridan หัวหน้าผู้ดูแลความปลอดภัยได้ให้สัมภาษณ์กับ The Sydney Morning Herald ว่า “วันนี้ เจ้าโดรนได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว มันเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่แสนวิเศษและยังบินได้ด้วย”

“ฉันสามารถบังคับให้มันบินไปยังจุดเกิดเหตุและปล่อยเบาะชูชีพลงมา ในเวลาเพียง 1-2 นาที ซึ่งถ้าเป็นวันปกติกว่าพวกเราจะเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุก็คงจะใช้เวลามากกว่านี้ 2-3 นาทีเลยทีเดียว”

 

 

หลังจากข่าวการช่วยชีวิตเด็กหนุ่มด้วยโดรนแพร่กระจายออกไป ทางรัฐบาลของรัฐนิวเซาท์เวลส์จึงประกาศว่าจะทุ่มงบประมาณราว 11 ล้านบาทเพื่อซื้อโดรนจำนวนมากไว้สำหรับให้เจ้าหน้าที่

และจะแบ่งโดรนไว้เพื่อใช้สำหรับวัตถุประสงค์ต่างๆ อีกด้วย เช่น ใช้พกพาเบาะชูชีพ ใช้เตือนภัย ใช้ประกาศ ใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และบางส่วน ใช้เพื่อเตือนภัยเกี่ยวกับการบุกเข้ามาของฉลาม

Eddie Bennet ผู้บริหารด้านพาหนะกู้ชีพทางอากาศของบริษัท Westpac กล่าวว่า “การลงทุนของบริษัท Westpac ในการกู้ชีพทางอากาศนั้น ถือเป็นการเปิดยุคสมัยใหม่ให้กับวงการกู้ชีพเลยทีเดียว”

 

ที่มา: Unilad

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...