กองทัพผีในสมรภูมิ Gallipoli ในช่วง WWI ทำเหมือนยังมีคนยิงอยู่ ทั้งๆ ที่หนีกันไปหมดแล้ว

หากย้อนกลับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม 1915 ตอนนั้นหลายๆ ที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสมรภูมิรบที่มีการยิงปืนใส่กันตลอดเวลา ซึ่งคาบสมุทร Gallipoli ในเขตประเทศตุรกี ก็นับว่าเป็นหนึ่งจุดที่มีการห้ำหั่นกันอยู่เรื่อยๆ

ในตอนนั้นทางฝ่ายกองกำลัง ANZAC (กองทหารที่รวมตัวกันของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์) ต้องการที่จะล่าถอยออกจากสมรภูมิ นั่นจึงกลายเป็นต้นกำเนิดของสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า Drip Rifle หรือ ไรเฟิลหยดน้ำ

 

สิ่งประดิษฐ์ที่ชื่อว่า Drip Rifle

 

เจ้าสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวเกิดจากไอเดียของนายทหารชาวออสเตรเลียคนหนึ่งที่มีชื่อว่า สิบตรี William Scurry และได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนของเขา Bunty Lawrence ที่ช่วยทำให้สร้างเจ้าสิ่งนี้ออกมาได้สำเร็จ

การทำงานของ Drip Rifle คือเจาะรูในกระป๋องน้ำให้หยดใส่ลงถังด้านล่าง โดยถังที่รองอยู่จะมีเชือกผูกติดเอาไว้กับไกปืน ทำให้พอน้ำหยดลงมามีน้ำหนักที่มากพอ ไกปืนก็จะถูกดึง เป็นการยิงปืนแบบที่ไม่ต้องใช้คนนั่นเอง

 

สิบตรี Willam Scurry ผู้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้

 

การทำงานแบบสุ่มเวลา ทำให้ปืนแต่ละกระบอกยิงออกไปไม่พร้อมกัน

 

กลวิธีดังกล่าวจึงทำให้ฝ่ายศัตรูชาวออตโตมันคิดว่ายังคงมีทหารฝั่ง ANZAC คอยยิงปืนอยู่เรื่อยๆ และพวกเขาก็ไม่กล้าโผล่ออกมาดูด้วยตาของตัวเอง

แต่ถึงแม้จะมองไปที่บังเกอร์ฝั่งตรงข้ามในความมืดจากระยะไกล พวกเขาก็จะเห็นเหมือนเงายืนอยู่ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่หุ่นฟางที่วางตั้งไว้เท่านั้น

ในระหว่างที่ศัตรูกำลังถูกหลอก ทหารฝั่ง ANZAC ก็กำลังถอยทัพออกมาด้วยความเงียบ และสำเร็จได้ในที่สุด โดยที่ไม่ต้องสูญเสียกำลังทหารเกินความจำเป็นแต่อย่างใด นั่นจึงทำให้ William ได้รับเหรียญกล้าหาญจากการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ขึ้นมา

 

วิดีโออธิบายการทำงานและกลวิธีดังกล่าว

 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งความคิดเจ๋งๆ ที่ช่วยทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งรอดชีวิตมาได้ท่ามกลางสงคราม แสดงให้เห็นว่าบางครั้งการใช้สมองแก้ปัญหาอาจจะดีกว่าการใช้กำลังเข้าแลกนะ

 

ที่มา: twistedsifter

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....