ผ่านมาเกือบ 1 เดือน หลังจากที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศว่าเข้าสู่หน้าร้อนไปตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเทศไทยที่มีอากาศร้อนอยู่แล้ว ก็ดูจะร้อนขึ้นไปอีก

ชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศจะร้อนอบอ้าว มีอุณภูมิเฉลี่ยสูงสุดตลอดทั้งฤดูร้อนอยู่ที่ 39 องศาเซลเซียส

ขณะที่บางจังหวัด เช่น แม่ฮ่องสอน ลำปาง ตาก หรือกาญจนบุรี คาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด จะขึ้นไปแตะถึง 42-43 องศาเซลเซียสอีกด้วย

 

 

หน่วยงานหรือสื่อหลายสำนักต่างก็ออกมาบอกวิธีเตรียมตัวรับมือกับอากาศในหน้าร้อน เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้น จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย ทั้งปวดหัว ปวดท้อง ท้องเสีย

โดยเฉพาะฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือ โรคลมแดด ที่อาจจะมีอันตรายถึงชีวิต

 

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คืออะไร!?

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด เป็นภาวะที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของสมองในส่วนของการควบคุมอุณภูมิของร่างกาย

ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งจะส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง

โดยอาการของผู้ที่เกิดภาวะฮีทสโตรก คือ แม้จะอากาศร้อนแต่ไม่มีเหงื่อออก หน้าแดง ตัวร้อนจัดและร้อนขึ้นเรื่อยๆ กระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว เกร็งกล้ามเนื้อ รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัวลดลง และอาจจะหมดสติได้

 

 

วิธีป้องกัน ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ทำอย่างไร!?

วิธีง่ายๆ ที่จะป้องกัน โรคฮีทสโตรก ทำได้ง่ายๆ ด้วยการดื่ม “น้ำสะอาดและมีคุณภาพ” ให้มากๆ และบ่อยๆ เพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกายในอยู่ในระดับปกติ

โดยสังเกตง่ายๆ หากร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ ปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองจางๆ ไม่ใช่สีเหลืองเข้มเหมือนน้ำชา

โดยวิธีการดื่มน้ำง่ายๆ คือ ก่อนออกจากบ้านในวันที่แดดร้อนจัด ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1-2 แก้ว

และในระหว่างวัน หากต้องทำงานกลางแจ้งหรืออยู่ในที่กลางแจ้งเป็นเวลานาน พยายามดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยชั่วโมงละ 1 ลิตร หรือหากทำงานในที่ร่มควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว

 

คุณภาพน้ำดื่มก็สำคัญ!!

พูดถึงเรื่องปริมาณน้ำที่ควรดื่มกันแล้ว กลับมาดูที่คุณภาพของน้ำที่ดื่มกันบ้าง

น้ำดื่มที่วางขายตามท้องตลาดในไทย ส่วนใหญ่ที่มีวางขายอยู่ จะเป็นน้ำดื่มที่ผ่านการกรองน้ำด้วยระบบ Reverse Osmosis (RO) คือการกรองแบบออสโมซิสย้อนกลับผ่านเยื่อกรอง

ซึ่งวิธีนี้เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมาก และน้ำที่ได้มามีความบริสุทธิ์ถึง 96% สามารถกรองเอาทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งสารพิษ เชื้อโรค สารโลหะหนัก รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ ออกจากน้ำไปทั้งหมด

ดังนั้น น้ำที่กรองด้วยระบบนี้จึงสามารถดื่มได้ปกติ แต่ไม่เหมาะสมที่จะดื่มเป็นระยะเวลานาน เพราะแร่ธาตุที่สะสมอยู่ในร่างกายจะถูกดึงออกไปหมด โดยเฉพาะหน้าร้อน ที่น้ำในร่างกายจะระเหยออกมาเป็นจำนวนมากเช่นนี้

 

คำถามต่อมาคือ แล้วน้ำดื่มที่ดี ที่เหมาะสมที่จะดื่มเพื่อช่วยป้องกันการเกิดฮีทสโตรกและชดเชยน้ำที่เสียไปเป็นอย่างไร?

น้ำดื่มที่ดีและมีคุณภาพ จะมองแค่ว่าเป็นน้ำที่ใส สะอาด คงจะไม่เพียงพอ เพราะน้ำดื่มที่มีคุณภาพควรเป็นน้ำดื่มที่ยังคงมีแร่ธาตุต่างๆ ตามธรรมชาติที่ร่างกายต้องการ

โดยที่ปริมาณของแร่ธาตุในน้ำจะต้องไม่มากเกินกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด หรือต้องตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

 

เพราะร่างกายไม่ได้ต้องการน้ำดื่มเพียงแค่เพื่อดับกระหาย แต่ยังต้องการแร่ธาตุต่างๆ ทั้งแคลเซียม แมกนีเซียม ฟลูออไรด์ ฯลฯ จากน้ำดื่ม เพื่อเสิรมสร้างการทำงานของระบบต่างๆ ในร่ายกาย

หน้าร้อนนี้ จึงไม่ควรมองข้ามการเลือก “น้ำดื่ม” ที่สะอาด มีคุณภาพ และเหมาะสมกับร่างกาย

 

นอกเหนือจากการดื่มน้ำสะอาดตามอุณหภูมิห้องอย่างเหมาะสมเพียงพอแล้ว วิธีรับมือกับอากาศร้อน เพื่อไม่ให้หน้าร้อนนี้ต้องทนทุกข์ทรมาน จากอุณหภูมิที่ร้อนระอุ

เช่น ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนจัด ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป และมีค่า PA+++ เป็นต้น…

 

แล้วเราจะผ่านหน้าร้อนนี้ไปด้วยกัน!!

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหมียว คอยทำหน้าที่บังคับพวกเหล่าแมวเหมียวให้เขียนเนื้อหาสนุกๆเพื่อทุกคนได้อ่าน จะแวะมาเขียนเองบ้างเป็นครั้งคราว คอยติดตามกันด้วยนะฮัฟฟฟฟ!!